บล.ฟิลลิป:
PR9 กำไรอ่อนตัวจากต้นทุนแต่รายได้ต่างชาติยังเติบโต
ซื้อ TP’69: 24.00
PR9 รายงานกำไรหลักที่ 185 ลบ. (-14.9% q-q, -8% y-y) ใกล้เคียงที่คาดแต่อัตราส่วนกำไร ถูกกดดันจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มเร็วกว่ารายได้ประกอบอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงสู่ 35.5% และ SG&A to sale เพิ่มขึ้นเป็น 19.3% ส่วนรายได้โรงพยาบาลเติบโตเล็กน้อยที่ +3.6% y-y หนุนโดยผู้ป่วยชาวต่างชาติที่เติบโต +9.5% y-y ทำให้สัดส่วนระหว่างผู้ป่วยไทยต่อชาวต่างชาติอยู่ที่ 74:26 เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานที่ 24.00 บาทต่อหุ้น โดยเชื่อว่าการอ่อนตัวลงของราคาเพราะผลประกอบการเป็นโอกาสในการสะสม
| งบรวม | 1Q69 | 4Q68 | 1Q68 | % y-y | % q-q |
| กำไร | 185 | 217 | 200 | -8.0 | -14.9 |
| EPS | 0.23 | 0.28 | 0.25 | -8.0 | -14.9 |
หมายเหตุ: กำไร = ล้านบาท, EPS = บาท
-
PR9 รายงานกำไรหลักที่ 185 ลบ. (-14.9% q-q, -8% y-y): แม้ผลประกอบการจะใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดแต่คุณภาพของกำไรชี้ให้เห็นว่ามีแรงกดดันโดยเฉพาะฝั่งต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เร่งตัวเร็วกว่าการเติบโตของรายได้ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงมาอยู่ที่ 35.5% (vs. 36.9% ใน 1Q68) ขณะที่ SG&A to sale ขยับขึ้นสู่ 19.3% (vs. 18.3% ใน 1Q68) สาเหตุจากค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรทางการแพทย์ที่สูงขึ้น เพื่อรองรับการขยายฐานการให้บริการ รวมถึงการเพิ่มงบโฆษณาและประชาสัมพันธ์
-
โครงสร้างรายได้เติบโตเล็กน้อย: โดยที่รายได้จากกิจการโรงพยาบาลอยู่ที่ 1,284 ลบ. (-8.1% q-q, +3.6% y-y) หลัก ๆ มาจากการเติบโตในฝั่งกลุ่มผู้ป่วยชาวต่างชาติที่สร้างรายได้ 333 ลบ. (-0.1% q-q, +9.5% y-y) โดยเฉพาะกลุ่มตะวันออกกลางรวมถึง CLMV ขณะที่ในฝั่งกลุ่มผู้ป่วยชาวไทยสร้างรายได้ 951 ลบ. (-10.6% q-q, +1.7% y-y) ทำให้สัดส่วนรายได้ระหว่างกลุ่มผู้ป่วยชาวไทยและชาวต่างชาติอยู่ที่ 74:26 (vs. 75:25 ใน 1Q68) และหากพิจารณาตามประเภทของการชำระเงิน กลุ่มลูกค้าเงินสดสามารถสร้างรายได้อยู่ที่ 799 ลบ. (-3.9% q-q, +3.5% y-y) ขณะที่กลุ่มลูกค้าประกัน และคู่สัญญาสร้างรายได้ 485 ลบ. (-14.2% q-q, +3.8% y-y) จากผู้ถือกรมธรรม์บางส่วนชะลอการเข้ารับรักษาจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
-
คงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานที่ 24.0 บาท: โดยในระยะสั้นอาจมีแรงกดดันจากกำไรหลักแต่เรามองว่าค่าใช้จ่ายดังกล่าวเป็นการลงทุนเพื่อรองรับการขยายฐานผู้ป่วยและเพิ่มศักยภาพระยะกลางถึงยาวมากกว่าความต้องการรักษาที่ชะลอ ขณะเดียวกันโครงสร้างรายได้ยังเติบโตได้โดยเฉพาะการเติบโตของผู้ป่วยต่างชาติ โดยเราเชื่อว่าการปรับตัวลงของราคาในช่วงที่ผลประกอบการอ่อนตัวเป็นโอกาสในการสะสมภายใต้สมมติฐานแนวโน้มการฟื้นตัวของอัตรากำไรในระยะยาว คงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานที่ 24.00 บาทต่อหุ้น








