บล.ทรีนีตี้:

ควอลิตี้เฮ้าส์ – QH

ยังคงเน้นการระบายสินค้าในสต๊อก

  • รายงานกำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 463 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 9.4% QoQ แต่สูงขึ้น 15.2% YoY โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 1.67 พันล้านบาท ปรับตัวลดลง 23.6% QoQ แต่สูงขึ้น 22.6% YoY

  • Gross Margin ฟื้นตัวมาอยู่ที่ 23.6% จากการโอนคอนโด Q Sukhumvit

  • คาด 2Q69 มียอดโอนและยอด Presales ใกล้เคียง 1Q69

  • คาด 3Q69 เริ่มมีการเปิดตัวโครงการแนวราบใหม่

  • ยังคงคาดการณ์กำไรปี 2569 ที่ 2.06 พันล้านบาท เติบโต 19% YoY

  • ยังคงแนะนำ “ถือ” ที่ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 1.77 บาท

1Q69 Earnings Review

  • QH รายงานกำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 463 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 9.4% QoQ แต่สูงขึ้น 15.2% YoY โดยที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 1.67 พันล้านบาท ปรับตัวลดลง 23.6% QOQ แต่สูงขึ้น 22.6% YoY

  • รายได้จากยอดโอนใน 1Q69 อยู่ที่ 1.28 พันล้านบาท ปรับตัวลดลง 29% QoQ แต่สูงขึ้น 33% YoY โดยที่ยอดขายสูงขึ้นจากการโอนโครงการคอนโด และมี Gross Margin อยู่ที่ 23.6% สูงขึ้นจาก 1Q68 ที่ 22.9% จากสัดส่วนการโอนโครงการคอนโดที่สูงขึ้น และจากโครงการแนวราบบางโครงการที่มี Margin สูง

  • รายได้จากกลุ่มโรงแรมอยู่ที่ 383 ล้านบาท Flat YoY

  • กำไรส่วนแบ่งจากบริษัทรวมอยู่ที่ 440 ล้านบาท ลดลง 9.4% QoQ และ 11.4% YoY

  • ยอด Presales ช่วง 1Q69 อยู่ที่ 1.22 พันล้านบาท Flat YoY โดยที่เป็นโครงการแนวราบที่ 942 ล้านบาท และคอนโดที่ 277 ล้านบาท ทั้งนี้ใน 1Q69 ไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่

ยังคงคาดการณ์กำไรปี 2569

  • ยังคงคาดกำไรปี 2569 ที่ 2.06 พันล้านบาท เติบโต 19% YoY จากคาดการณ์รายได้ที่ 7.52 พันล้านบาท โดยปี 2569 จะไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ แต่จะเน้นการขายโครงการใน Inventory

  • กำไรใน 1Q69 คิดเป็น 22.4% ของที่เราคาดการณ์ โดยคาด 1Q69 เป็นไตรมาสที่มีผลประกอบการต่ำที่สุดของปี

  • ใน 2Q69 คาดมียอดโอนและยอด Presales ใกล้เคียง 1Q69 ที่ราว 1.2-1.3 พันล้านบาท

  • บริษัทเริ่มระมัดระวังเรื่องต้นทุนก่อสร้างที่อาจเพิ่มขึ้นในปีหน้า และเน้นการระบายสต๊อกโครงการเก่าที่มีอยู่ มีการทำ Promotion เพิ่มเติมในโครงการที่ขายช้า

Margin ยังคง Under Pressure จากการลดราคา แนะนำ “ถือ” ที่ราคาเป้าหมาย 1.77 บาท

เรายังคงคำแนะนำ “ถือ” ที่ราคาเป้าหมาย 1.77 บาท จากการอิงคาดการณ์กำไรปี 2569 โดย Margin มี Down Side จากการลดราคาโครงการคอนโดใน Inventory

ปัจจัยเสี่ยง

อัตราการแข่งขันการเปิดโครงการใหม่สูง, ยอดปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารที่เป็นตัวกดดันยอดขาย, ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่งผลให้ลูกค้าเลื่อนการซื้อไปในอนาคต, ราคาที่ดินในบริเวณเขตธุรกิจ (CBD) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนโครงการสูงขึ้นเช่นกัน, การกดดันของยอดขายโครงการคอนโด หลังจากที่ไม่มีการเปิดโครงการคอนโดใหม่ และลูกค้าต่างชาติที่ยังไม่สามารถเดินทางได้

- Advertisement -