บล.ทรีนีตี้:
ศุภาลัย – SPALI
กำไร 1Q69 อ่อนตัวลง แม้ยอดโอนสูงขึ้น YoY
-
รายงานกำไร 1Q69 ที่ 402 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 70% QoQ และ 0.7% YoY โดยมีรายได้จากการโอนที่ 3.65 พันล้านบาท ปรับตัวลดลง 48.5% QoQ แต่สูงขึ้น 4% YoY
-
Gross Margin ลดลงมาอยู่ที่ 30.2% ตามสัดส่วนโอนคอนโดลดลง และใช้ Promotion เพิ่มยอดโอนแนวราบ
-
คาด 1Q69 เป็นไตรมาสที่ต่ำที่สุดของปี
-
คาดกำไรปี 2569 ที่ 5.16 พันล้านบาท จากยอดโอนคอนโดที่เพิ่มขึ้น ที่จะหนุน Gross Margin ให้ฟื้นตัว
-
แนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” ที่ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 18.60 บาท
1Q69 Earnings Review
-
SPALI รายงานกำไร 1Q69 ที่ 402 ล้านบาท สูงกว่าที่เราคาดการณ์ที่ 385 ล้านบาท ปรับตัวลดลง 70% QoQ และ 0.7% YoY โดยมีรายได้จากการโอนที่ 3.65 พันล้านบาท ปรับตัวลดลง 48.5% QoQ แต่สูงขึ้น 4% YoY
-
Gross Margin ใน 1Q69 อยู่ที่ 30.2% ลดลงจาก 33% ใน 4Q68 และจาก 38.5% ใน 1Q68 เนื่องจากใน 1Q68 มีการโอนโครงการคอนโดต่อเนื่อง และมีสัดส่วนรายได้จากคอนโดสูงถึง 34% แต่ใน 1Q69 สัดส่วนโอนคอนโดลดลงมาอยู่ที่ 16% โดยโครงการคอนโดมี Margin สูงกว่าโครงการแนวราบ และมีการใช้ Promotion ในการเพิ่มยอดโอนโครงการแนวราบ
-
ยอด Presales 1Q69 ทำได้ 7.7 พันล้านบาท เติบโตขึ้น 15%YoY โดยเป็นยอดขายแนวราบ 63% และคอนโดมิเนียม 37% และคิดเป็น 26% ของเป้าหมายทั้งปี
-
ใน 1Q69 เปิดตัวโครงการใหม่ไปแล้ว 4 โครงการ มูลค่ารวม 5.97 พันล้านบาท ตามแผนที่วางไว้
-
ต้นทุนการก่อสร้างเพิ่มขึ้นประมาณ 5-6% ส่งผลให้ต้นทุนบ้านเพิ่มขึ้นราว 3% อย่างไรก็ตาม ราคาที่ดินมีแนวโน้มลดลง ช่วยชดเชยต้นทุนการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นได้บ้าง
-
รายงานกำไรจาก JV ใน 1Q69 อยู่ที่ 104 ล้านบาท อ่อนตัวลง 21.3% YoY จาก 1Q69 เริ่มมีการรับรู้ผลกระทบจากภาษี
-
คาดผลการดำเนินงาน 1Q69 เป็นไตรมาสที่อ่อนแอที่สุดของปี
-
ใน 2Q68 เริ่มโอนโครงการ Sense Supalai Srinakarin ที่มียอดขาย 45%
คาดกำไรปี 2569 ฟื้นตัวจากยอดโอนคอนโดใหม่ 3 โครงการ
ใน 2Q69 จะมีการเปิดตัวโครงการใหม่ 5 โครงการ มูลค่ารวม 6.33 พันล้านบาท ปัจจุบันมียอด Backlog รอโอนปี 2569 ที่ 7.35 พันล้านบาท เป็นสัดส่วนจากโครงการแนวราบที่ 5.0 พันล้านบาท และจะมีคอนโดใหม่พร้อมโอน 3 โครงการ มูลค่ารวม 6.08 พันล้านบาท เรายังคงคาดกำไรปี 2569 ที่ 5.16 พันล้านบาท
ยังคงแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” จากการฟื้นตัวของ Margin
เราแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” ที่ราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 18.60 บาท จากการอิง EPS ปี 2569F ที่ 2.64 บาท และอิงค่าเฉลี่ย P/E ที่ 7.0X โดยปี 1Q69 คาดเป็นไตรมาสที่มีผลประกอบการต่ำที่สุดของปี
ปัจจัยเสี่ยง
อัตราการแข่งขันการเปิดโครงการใหม่สูง, ยอดปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารที่เป็นตัวกดดันยอดขาย, ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่งผลให้ลูกค้าเลื่อนการซื้อไปในอนาคต, ราคาที่ดินในบริเวณเขตธุรกิจ (CBD) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ต้นทุนโครงการสูงขึ้นเช่นกัน มาตรการ LTV และ COVID-19 ที่กดดันตลาดโดยรวม








