บล.ฟิลลิป:
SINGER ล็อคโฟนทำให้กำไร 1Q69 เติบโตขึ้นอย่างมาก
ซื้อ TP’69: 6.80
กำไร 1Q69 เพิ่มขึ้นมากทั้ง y-y และ q-q จากยอดขายโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มขึ้นมาก และทำให้สินเชื่อ Lock Phone เพิ่มขึ้นไปด้วย ส่งผลดีต่อรายได้ดอกเบี้ย ถึงแม้ว่าสินเชื่อรวมจะหดตัว แต่สินเชื่อ Lock Phone ยังเติบโตอย่างโดดเด่น และกลายมาเป็นสินเชื่อที่มีสัดส่วนอันดับ 1 ของพอร์ต ในขณะที่ NPL ปรับตัวลดลง ส่งผลดีต่อการตั้งสำรองที่ลดลง ปรับประมาณการกำไรปี 69 ขึ้นจากยอดขาย และยอดสินเชื่อที่เติบโต ทำให้คาดกำไรจะเพิ่มขึ้นจากปีก่อนมาก ปรับราคาพื้นฐานขึ้นเป็น 6.80 บาท เหลือส่วนต่างอยู่อีกมาก ยังคงแนะนำ “ซื้อ”
| งบรวม | 1Q69 | 4Q68 | 1Q68 | % y-y | % q-q |
| กำไร | 143 | 13 | 20 | 611.7 | 996.7 |
| EPS | 0.18 | 0.07 | 0.02 | 623.8 | 1,015.4 |
หมายเหตุ: กำไร = ล้านบาท, EPS = บาท
-
1Q69 กำไรเพิ่มขึ้นถึง 611.7% y-y และ 996.7% q-q : SINGER มีกำไร 1Q69 143 ลบ. เพิ่มขึ้นถึง 611.7% y-y และ 996.7% y-y จากรายได้การขายที่เพิ่มขึ้นมาก โดยยอดขายส่วนใหญ่มาจากยอดขายโทรศัพท์มือถือที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และทำให้สินเชื่อ Lock Phone เพิ่มขึ้นไปด้วย ซึ่งทำให้รายได้ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ในไตรมาสนี้ SINGER ยังมีการตั้งสำรองลดลงมากด้วย
-
สินเชื่อ 1Q69 หดตัว แต่สินเชื่อ Lock Phone ยังโดดเด่น: ถึงแม้ว่าสินเชื่อของ SINGER ใน 1Q69 จะหดตัวลง 1.4% q-q จากทุกประเภทสินเชื่อ แต่สินเชื่อ Lock Phone ยังโตได้อย่างโดดเด่นอีกถึง 14.8% q-q แต่ไม่เพียงพอที่จะทำให้ทั้งพอร์ตเติบโตได้ โดยการเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นต่อเนื่องของสินเชื่อ Lock Phone ส่งผลให้สินเชื่อ Lock Phone กลายเป็นสินเชื่อที่มีสัดส่วนมากที่สุดของพอร์ต โดยมีสัดส่วน 53.7% ส่วนทางด้าน NPL ก็ลดลงตามการหดตัวของสินเชื่อด้วย โดยลดลงเหลือ 14.1% จาก 17.3% ในไตรมาสก่อน
-
ปรับประมาณการ และราคาพื้นฐานขึ้น ยังแนะนำ “ซื้อ”: จากการเพิ่มขึ้นมากของยอดขายโทรศัพท์มือถือและสินเชื่อ Lock Phone ทำให้ทางฝ่ายปรับประมาณการกำไรปี 69 ของ SINGER ขึ้นเป็น 472 ลบ. เพิ่มขึ้นมากถึง 348.7% y-y จากปีก่อนที่มีกำไร 105 ลบ. อย่างไรก็ตามยังคาดว่าจะยังไม่สามารถกลับมาจ่ายปันผลได้ จากการที่ยังมีผลขาดทุนสะสมเหลืออยู่ ปรับราคาพื้นฐานขึ้นเป็น 6.80 บาท ยังเหลือส่วนต่างอยู่ค่อนข้างมาก จึงยังคงแนะนำ “ซื้อ”








