บล.ฟิลลิป:

ERW กำไรเติบโตแม้เผชิญกับแรงกดดันภูมิรัฐศาสตร์

ซื้อ TP’69: 3.30

ERW รายงานกำไรหลัก 1Q69 ที่ 376 ลบ. (+0.7% q-q และ 8.9% y-y) เป็นผลจากแรงหนุนทั้งกลุ่ม Luxury to economy และกลุ่มโรงแรม Budget hotel (Hop Inn) แม้ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากภูมิรัฐศาสตร์จากตะวันออกกลาง แต่ RevPAR รวมทั้ง 2 กลุ่มยังสามารถเติบโตได้ ขณะที่ EBITDA margin ปรับตัวสูงขึ้นสู่ 37.2% จากความต้องการด้านการท่องเที่ยว และการกระจายพอร์ตโรงแรมผสานกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพรวมถึงมุ่งเน้นนักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้ คงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานที่ 3.30 บาทต่อหุ้น

งบรวม 1Q69 4Q68 1Q68 % y-y % q-q
กำไร 376 373 345 +8.9 +0.7
EPS 0.077 0.076 0.071 +8.9 +0.7

หมายเหตุ: กำไร = ล้านบาท, EPS = บาท

  • ERW รายงานกำไรหลัก 1Q69 ที่ 376 ลบ. (+0.7% q-q และ 8.9% y-y) แม้เผชิญแรงดันจากภูมิรัฐศาสตร์: โดยที่ได้รับแรงหนุนจาก 2 กลุ่มโรงแรมได้แก่ 1) กลุ่ม Luxury to economy สร้างรายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (RevPAR) ที่ 3,097 บาท/คืน (+5.9% q-q, +4.1% y-y) จากทั้งอัตราการเข้าพัก (OCC) ที่ปรับขึ้นสูง 87% (vs. 83% ใน 1Q68) และค่าห้องพักเฉลี่ย (ARR) ทรงตัวที่ 3,565 บาท (+1.9% q-q, -0.2% y-y) เป็นผลจากนักท่องเที่ยวจีน อินเดีย และนักท่องเที่ยวยุโรปที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และ 2) กลุ่มโรงแรม Budget hotel (Hop Inn) สร้างรายได้ที่ 520 ลบ. (-7.5% q-q, +11.1% y-y) จากแรงหนุนของ RevPAR ที่ 743 บาท/คืน (+2% y-y) จากทั้ง OCC ที่อยู่ในระดับสูง 79% (vs. 78% ใน 1Q68) และ ARR ที่ทรงตัว ส่งผลให้สัดส่วนของกลุ่มโรงแรม Luxury to economy ต่อ กลุ่มโรงแรม Budget hotel อยู่ที่ 71:29 (vs. 72:28 ใน 1Q68) แม้ต้องเผชิญกับปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ตะวันออกกลางมีผลให้นักท่องเที่ยวบางส่วนยกเลิกการจองแต่ได้รับการทดแทนส่วนหนึ่ง จากการขยายระยะเวลาเข้าพักของนักท่องเที่ยวระยะไกล จากเที่ยวบินที่จำกัด

  • EBITDA margin ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 37.2% (vs. 36.5% ใน 1Q68): เป็นผลจาก 1) ความต้องการด้านการท่องเที่ยวที่แข็งแกร่ง 2) การกระจายพอร์ตอย่างแข็งขันทำให้มีโรงแรมรวม 106 แห่ง และห้องพักจำนวน 12,578 ห้อง และ 3) การควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นจากอัตราส่วนกำไรขั้นต้น (GPM) ที่ 49.5% (vs. 48.8% ใน 1Q68) ซึ่งให้เห็นถึงความหลากหลาย การมุ่งเน้นนักท่องเที่ยวตลาดระยะใกล้ซึ่งเป็นปัจจัยหนุน EBITDA margin ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น

  • คงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานที่ 3.30 บาทต่อหุ้น: โดยเราเชื่อว่า ERW สามารถบริหารกลุ่มโรงแรมที่มีความยืดหยุ่น จากโครงสร้างรายได้ตั้งแต่สูงจนถึงระดับประหยัด โดยเฉพาะการเติบโตของ Budget hotel ที่ช่วยเพิ่มสัดส่วนรายได้และลดความเสี่ยงของผลประกอบการ รวมถึงการมุ่งเน้นตลาดระยะใกล้ ซึ่งชดเชยการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวระยะไกลได้บางส่วน ประกอบกับการขยายไปต่างประเทศจะเป็นปัจจัยหนุนในระยะยาว ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ และปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์

- Advertisement -