บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Contractor Sector กำไรรวม 1Q69 ต่ำกว่าคาดพอสมควร
Event
ภาพรวมกำไรกลุ่มรับเหมาฯ 1Q69 และแนวโน้ม 2Q69F
Impact
มองว่ากำไร 1Q69 ของ CK เติบโตดี YoY แต่ลดลง QoQ
แม้รายได้ 1Q69 ของ CK จะเพิ่มเพียง 3% YoY ที่ 1.23 หมื่นล้านบาท แต่ operating EBIT ลดลง 16.5% อยู่ที่ 481 ล้านบาทจาก gross margin ลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 7.4% (-0.3ppt) และรายได้อื่น ๆอยู่ที่ 55 ล้านบาท (-54% YoY) แต่ด้วยต้นทุนการเงินที่ลดลงมากเหลือ 481 ล้านบาท (-16.5% YoY) และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่สูงขึ้น +10% YoY ดันให้กำไรสุทธิเติบโตอยู่ที่ 329 ล้านบาท (+17% YoY) แต่ที่กำไรสุทธิแย่ลง 26% QoQ เพราะส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงมากถึง 47% เป็นหลัก เพราะว่าทั้ง Bangkok Expressway and Metro (BEM.BK/BEM.TB)* และ CK Power (CKP.BK/CKP TB)* อยู่ในช่วงที่ทำกำไรได้น้อยลง แม้ว่ารายได้ยังเพิ่มขึ้น 17% ก็ตาม ในแง่ gross margin เพิ่มขึ้น 0.5ppt ขณะที่ คชจ. SG&A ลดลง -1.6ppt และต้นทุนการเงินก็ลดลง 16% ด้วย ทั้งนี้ กำไร 1Q69 ต่ำกว่าเราคาด 27% และต่ำกว่า consensus คาด 7%
กำไร 1Q69 ของ STECON เติบโตเล็กน้อย YoY แต่ทรุดลง QoQ
รายได้รวม 1Q69 ของ STECON เพิ่มขึ้นอยู่ที่ 7.3 พันล้านบาท (+12% YoY) หนุนจากรายได้ค่ารับเหมาก่อสร้างและบริการแข็งแกร่ง ด้วย gross margin ยังคงแข็งแกร่งที่ 7.6% (+0.3ppt) แต่ที่กำไรเพิ่มต่ำเพียง 3% YoY อยู่ที่ 351 ล้านบาท เพราะไม่มีเงินปันผลรับจาก Gulf Development (GULF.BK/GULF TB)* ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายต่างๆ และต้นทุนการเงินยังคงเป็นแนวโน้มขาขึ้น ขณะที่ ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมลดลงที่ 30 ล้านบาทจาก 136 ล้านบาทใน 1Q68 เพราะบริษัทไม่ต้องรับรู้ขาดทุนจากรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองอีกต่อไป นอกจากนี้ บริษัทยังบันทึกการกลับรายการตั้งสำรองของโครงการ UJV ภายใต้ Thai Oil (TOP.BK/TOP TB)* ส่วนที่กำไรสุทธิ 1Q69 แย่ลงมากถึง 62% QoQ เกิดจาก i) รายได้รวมลดลง 31% จากโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน 7 แห่งได้เสร็จสิ้นไปแล้วใน 4Q68 และ ii) การกลับรายการตั้งสำรองของโครงการ UJV ลดลงมากเหลือเพียง 196 ล้านบาทจาก 720 ล้านบาทใน 4Q68 ขณะนี้ กำไร 1Q69 ต่ำกว่าเราคาด 5% และต่ำกว่า market consensus คาดถึง 25%
แนวโน้มกำไร 2Q69F
กำไร 1Q69 ของ CK และ STECON คิดเป็น 13% และ 19% ของประมาณการกำไรทั้งปีนี้ของเรา ตามลำดับ โดยปกติกำไร 2Q-3Q มักเป็นช่วง high season ของ CK เพราะจะมีเงินปันผลรับสูงจาก TTW (TTW.BK/TTW TB) และส่วนแบ่งกำไรดีจากทั้ง BEM และ CKP แต่อย่างไรก็ตาม เรามองว่าประมาณการกำไรปี 2569F ของ CKP อาจมี downside จากความเสี่ยงจากปรากฏการณ์ El Nino ที่มาเร็วกว่าที่คาด ในส่วนของ STECON เราคาดว่ากำไร 2Q69F จะเป็นจุดพีคของปีนี้ หนุนจากเงินปันผลรับจาก GULF จะสูงเป็นพิเศษ (ราว 3.25 บาท/หุ้นหรือคิดเป็น 736 ล้านบาท) บวกกับกำไรส่วนที่เหลือจากการกลับรายการตั้งสำรองของโครงการ UJV (คาดราว 100-200 ล้านบาท)
Valuation & Action
เราใช้สมมติฐาน discounted PE เพื่อคำนวณราคาเป้าหมาย โดยได้ราคาเป้าหมาย STECON ที่ 13.00 บาท (อิงจาก PE ที่ 16x หรือ -0.5SD) และราคาเป้าหมาย CK ที่ 20.60 บาท (อิงจาก PE ที่ 14x หรือ -1SD) ปัจจุบัน เราให้คำแนะนำ “ถือ” STECON แต่แนะนำ “ซื้อ” CK ขณะที่ ทั้ง CK และ STECON ยังคงอยู่ระหว่างรอการประมูลโครงการใหม่ ๆ จากภาครัฐ (มูลค่ารวมกว่า 2 แสนล้านบาท) รวมถึงโครงการภาคเอกชนต่าง ๆ มูลค่าอีกกว่า 5 หมื่นล้านบาท
Risks
ความรวดเร็วในอัตราการเติบโตของ GDP ความล่าช้าจากการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีและการเริ่มดำเนินการโครงการใหม่ ๆ การแก้ไขสัญญาต่าง ๆ การปรับเปลี่ยนฎระเบียบต่าง ๆ รวมถึงการพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ราคาค่าวัสดุก่อสร้างสูงขึ้นและการปรับเพิ่มขึ้นของค่าแรงงานขั้นต่ำ







