Bond Yield พุ่ง กดดันกลุ่ม Tech

ตลาดหุ้นวานนี้ SET Index ปรับตัวในแดนลบผิดคาด ปรับตัวลดลง 21.17 จุด ที่ระดับ 1,517.95 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 6.8 หมื่นลบ. โดยมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมา กดดันหลังจากดัชนีปรับตัวขึ้นในช่วงหลายวันก่อนหน้า รวมถึง Trump-Xi Summit ที่ไม่มีการ บรรลุดีลที่ชัดเจนและ Surprise ตลาด สถาบันในประเทศและนักลงทุนต่างชาติขายสุทธิใน ตลาดหุ้นฝั่งละ 671-729 ลบ. ขณะที่รายย่อยเป็นฝ่ายซื้อสุทธิ 1,027 ลบ. (ต่างชาติพลิกมา Short สุทธิ Index Futures 1.92 หมื่นสัญญา)

แนวโน้มตลาดวันนี้ : เราคาด SET Index จะแกว่งตัวในแดนลบตามตลาดหุ้นทั่วโลก โดย ประเมินแนวรับวันนี้ 1,500-1,510 จุด โดยยังคงมีแรงขายทำกำไรระยะสั้นออกมาลดดัน ต่อเนื่องจากวันศุกร์ หลังจากตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนหน้า ขณะที่ Trump-Xi Summit ที่จบลงไปแล้วไร้ Surprise ในด้านการดีลด้านต่างๆที่ชัดเจน ตลาดเริ่มกลับมาโฟกัสสถานการณ์สงครามสหรัฐฯ-อิหร่านอีกครั้งว่าจะมีการบรรลุข้อตกลง กันได้หรือจะกลับมาโจมตีกัน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับขึ้นแตะ US$110 ต่อบาร์เรล หนุน Bond Yield 10 และ 30 ปีสหรัฐฯพุ่งแตะ 4.6% และ 5.13% ตามลำดับ รวมถึงตลาด เพิ่มโอกาสเป็น 70% ที่ Fed อาจต้องพลิกกลับมาขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้ กดดันสินทรัพย์ เสี่ยง ด้านปัจจัยในประเทศผลประกอบการ 1Q26 บจ.ออกมาครบแล้ว ดีกว่าคาด 9% และ หนุนให้เกิดการทยอยปรับประมาณการ EPS ทั้งปีขึ้น ส่วนวันนี้จับตา GDP 1Q26 ไทย (ตลาด คาด +0.3% q-q, +2.4% y-y) โฟกัสเรามองที่การลงทุนภาคเอกชนว่า โดยหากยังมี โมเมนตัมการเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง ประกอบกับทิศทางทางราคาพลังงานในช่วง 2H26 ที่ ชะลอตัว รวมถึงแรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากครม. เราคาดว่ามีโอกาสที่จะหนุน กระแสเงินทุนต่างชาติให้มีโอกาสพลิกกลับมาไหลเข้า โดยเราปรับเพิ่ม SET Target ขึ้นเป็น 1,570 จุด คาดกลุ่ม Domestic Play ที่ Laggard มีโอกาสกลับมา Outperform

กลยุทธ์ : เลือกหุ้นที่แนวโน้มกำไร 1Q26 แข็งแกร่งและแนวโน้มถูกกระทบจำกัดจาก สงคราม

หุ้นเด่นเดือน พ.ค. : BBL, CPALL, ITC, SCGP, WHAUP

FSSIA Portfolio : BA, BDMS, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, KTB, TIDLOR, WHAUP

หุ้นเด่นวันนี้ : CPN

  • แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 73 บาท

  • ประกาศกำไรปกติ 1Q26 ที่ 4.87 พันลบ. +2% q-q, +27% y-y ดีกว่าคาดและทำ New High ต่อเนื่องติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 4 ได้แรงหนุนจากธุรกิจ Shopping Malls ที่แข็งแกร่ง ธุรกิจโรงแรมยังเติบโตต่อเนื่อง ชดเชยธุรกิจที่อยู่อาศัยที่ทรงถึงชะลอตัว

  • กำไร 1Q26 คิดเป็น 26% ของประมาณการทั้งปีที่ 1.89 หมื่นลบ. +13% y-y ซึ่งเรา เห็น Upside ต่อประมาณการ ด้าน Valuation ยังไม่แพง เทรด PER 15 เท่าและ Dividend Yield เกือบ 4% ต่อปี

  • แนวรับ 64-63.50//62 บาท แนวต้าน 65.50-66//67.25 บาท

Fund Flow : เมื่อวันศุกร์กระแสเงินทุนต่างชาติยังคงไหลออกจากภูมิภาคสุทธิหนาแน่น อีก US$3,861 ล้าน โดยยังกระจุกตัวที่เกาหลีใต้ US$3,470 ล้าน ส่วนไต้หวันไหลออก US$335 ล้าน ขณะที่ฝั่งอาเซียนเม็ดเงินไหลออกหลักๆที่ไทยและเวียดนาม ประเทศละ US$22-30 ล้าน แนวโน้มกระแสเงินทุนคาดว่ายังไหลออกต่อเนื่องโดยตลาดเผชิญแรงขาย หลังจากปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า รวมถึง Trump-Xi Summit สัปดาห์ก่อนที่จบลงแบบ ไม่มีดีลใดๆที่ชัดเจนและสร้างความตื่นเต้นแก่ตลาด

ประเด็นสำคัญวันนี้ :

(+) สรุปกำไรบจ. 1Q26 132 บริษัทภายใต้การศึกษาของเราประกาศกำไรรวมอยู่ที่ 2.19 แสนลบ. (+41% q-q, +26% y-y) สูงกว่าคาด 9% และค่อนข้างกระจายตัวและไม่มีกลุ่ม หลักใดต่ำกว่าคาด แม้กำไร 2Q26 มีโอกาสชะลอ q-q จาก Low Season และ Stock Gain พลังงานที่ลดลง แต่คาดว่ายังเติบโต y-y ได้ ส่งผลให้มีโอกาสเห็นการปรับเพิ่มประมาณการ EPS ตลาดขึ้นเล็กน้อย เราจึงปรับ SET Target ปี 2026 ขึ้นจาก 1,470 จุดเป็น 1,570 จุด (EPS 95 บาทและ Target PER 16.5 เท่า) พร้อมคาด Fund Flow ต่างชาติทยอยกลับใน 2H26 หากสถานการณ์สงครามเริ่มคลี่คลาย

(0) AOT ปรับลดเป้าปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินปี FY26 ลงมาเป็นทรงตัว y-y ทำให้เรา ปรับลดประมาณการกำไรปกติปี FY26 ลง 9% และ 7% สำหรับ FY27 เป็นเติบโต 5% ในปี FY26 ก่อนจะกลับมา +61% ใน FY27 จากผลเต็มปีของการขึ้น PSC ขณะที่ 3QFY26 ยังมี แนวโน้มอ่อนตัวจาก low season และแรงกดดันด้านภูมิรัฐศาสตร์ แต่คาด 4QFY26 จะฟื้น แรง คงคำแนะนำ ซื้อ แต่ปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 60.25 บาท

(0) SAWAD กำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 1.34 พันลบ. ใกล้เคียงคาดและสูงสุดในรอบ 10 ไตรมาส หนุนจาก NII และ loan spread ที่ดีกว่าคาด แม้การเติบโตของสินเชื่อยังชะลอและต่ำกว่า เป้าทั้งบริษัทและประมาณการของเรา คุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับ บริหารจัดการได้ และ credit cost ลดลงมากกว่าคาด คงประมาณการและราคาเป้าหมาย 35 บาท

(+) RBF กำไร 1Q26 ที่ 142 ลบ. สูงกว่าคาด 6% และทำจุดสูงสุดในรอบ 8 ไตรมาส จาก GPM ที่ฟื้นตัวแรง แม้รายได้รวมโตเพียงเล็กน้อย แนวโน้มกำไรยังได้แรงหนุนจากสิทธิ ประโยชน์ BOI และ tax loss carry forward แต่เรายังระมัดระวังต่อผลกระทบทางอ้อมจาก สงครามการค้า จึงคงคำแนะนำ ถือ ราคาเป้าหมาย 4 บาท

(0) CK กำไรสุทธิ 1Q26 ที่ 280 ลบ. ดีกว่าคาด 18% จาก SG&A ต่ำกว่าคาด แม้ -37% q-q จากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่อ่อนตัว โดยเฉพาะ CKP ตามฤดูกาล แต่ธุรกิจก่อสร้างยัง แข็งแรง แนวโน้ม 2Q26 คาดกำไรฟื้น q-q จากส่วนแบ่งกำไรของ CKP และ BEM ที่ดีขึ้น ตามฤดูกาล รวมถึงเงินปันผลจาก TTW คงประมาณการและราคาเป้าหมาย 19 บาท

(-) CBG กำไรปกติ 1Q26 อ่อนกว่าคาดเล็กน้อย และลดลงทั้ง q-q และ y-y จากรายได้ ต่างประเทศที่ยังอ่อน ขณะที่ GPM ลดลง เรายังคาดว่ากำไรจะค่อย ๆ ฟื้นในไตรมาสถัดไป จากยอดขายในประเทศที่ดีขึ้นและตลาดต่างประเทศทยอยฟื้น แต่ยังต้องติดตามมาตรการ นำเข้าในเมียนมา และต้นทุนบรรจุภัณฑ์/พลังงานที่อาจกดดัน margin ใน 2Q26

(-) ตลาดดาวโจนส์ ปิดที่ 49,526.17 จุด ลดลง 537.29 จุด หรือ -1.07% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,408.50 จุด ลดลง 92.74 จุด หรือ -1.24% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,225.15 จุด ลดลง 410.08 จุด หรือ -1.54% โดยถูกกดดันจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงขึ้น ซึ่งจุดกระแสความกังวลด้านเงินเฟ้อทั่วโลก

(-) ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ ท่ามกลางความกังวลว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อจากราคาพลังงาน อันเป็นผลจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน กำลังกระทบตลาดทั่วโลก

(-) ตลาดหุ้นเอเชียเปิดลบ โดยปรับตัวตามทิศทางตลาดวอลล์สตรีทที่ปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ (15 พ.ค.) เนื่องจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันดิบได้ส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ

(-) ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง โดยขยับมาอยู่ที่ 32.75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หรือ +0.40%

(+) ราคาน้ำมันดิบ เพิ่มขึ้น 4.25 ดอลลาร์ หรือ +4.2% ปิดที่ 105.42 ดอลลาร์/บาร์เรล ) หลังถ้อยแถลงของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ยิ่งลดความหวังต่อข้อตกลงเพื่อยุติการโจมตีและการยึดเรือบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ

(-) ราคาทองคำ COMEX ลดลง 123.40 ดอลลาร์ หรือ -2.63% ปิดที่ 4,561.90 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่ความกังวลด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจากสงครามอิหร่านยิ่งหนุนคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

SPDR Gold Trust ถือครองทองคำ 1,037.42 / +0.25%

- Advertisement -