บล.เอเซีย พลัส:
AUTO TITLE LOANS: 3 หนุ่ม 3 มุม (Neutral)
Flash Points
-
กำไรสุทธิกลุ่มฯ 1Q69 ยังขยายตัว YoY นำโดย TIDLOR (+35% จาก PPOP และ Credit cost ลด), SAWAD (+22% เพราะผลขาดทุนรถยึดดีขึ้น) และ MTC (+16% หนุนด้วย PPOP และ Credit cost ดีขึ้น)
-
ทิศทาง NPL / Loan แตกต่างกัน โดย SAWAD ปรับขึ้นต่อเนื่องเป็น 3.97% (3.90% ณ สิ้นงวดก่อน) ตามด้วย MTC ที่ 2.57% (2.53% ณ สิ้นงวดก่อน) ในขณะที่ TIDLOR คุมได้ดีกว่าทรงตัวที่ 1.5%
-
Credit cost ทั้ง TIDLOR กับ MTC ลง ขณะที่ Coverage ratio ปรับขึ้น สะท้อนการใส่สำรองรองรับความเสี่ยงล่วงหน้า (Management Overlay: MO)
-
โดยสรุปงบ 1Q69 ยังเติบโต แต่ด้วยคุณภาพแตกต่างกัน ในขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ข้างหน้ามีแรงกดดันจากภาวะค่าครองชีพสูง (Cost of living) ทำให้ TIDLOR กับ MTC ที่มีกันชนสูงกว่า มีแนวโน้มบริหาร Credit cost ได้ดีกว่า
Impact Insight
-
กำไรฯ 1Q69 ของ MTC กับ SAWAD คิดเป็นสัดส่วน 24% ของประมาณการทั้งปี ในขณะที่ TIDLOR อยู่ที่ 30% ทำให้ Downside ต่อประมาณการจำกัดกว่ากลุ่มฯ หรือมีโอกาสถูกปรับเพิ่มประมาณการ หากโมเมนตัมยังต่อเนื่อง
-
Cost push inflation เป็นแรงกดดันต่อลูกค้ากลุ่มรากหญ้า ส่งผลให้ Credit cycle ข้างหน้ายังเปราะบาง
-
ระดับ Coverage ratio ที่สูงขึ้นจากช่วงสงครามยูเครน-รัสเซีย และนโยบายสินเชื่อระมัดระวังขึ้น คาดจำกัด Downside ต่อ Credit cost ได้ระดับหนึ่ง
-
Coverage ratio ของ TIDLOR เพิ่มเป็น 340% จาก 249% ในปี 2565 ขณะที่ MTC ขยับมาที่ 144% จาก 105% สะท้อนการสร้างกันชนรองรับ Credit cycle ได้ชัดเจนกว่า SAWAD ที่เพิ่มเป็น 53% จาก 47%
-
ส่วนผลอีกด้านของทิศทางเงินเฟ้อสูง ส่งผลให้ Bond yield ยังผันผวน สร้างแรงกดดันเชิง Sentiment ต่อกลุ่มฯ ระยะสั้น
-
ขณะที่ทางพื้นฐานการ Repricing หุ้นกู้ช่วง 1H69 ช่วยให้ Cost of fund (Cof) ทั้งยังมีแนวโน้มต่ำกว่าปีก่อน แต่หาก Bond yield ยืนสูงต่อเนื่องอาจเปิด Downside ต่อประมาณการปีหน้าที่คาด Cof ไว้ทรงตัว YoY
Execution
-
Credit cycle ข้างหน้าท้าทาย เน้นบริษัทฯ ที่มีกันชนสูงอย่าง TIDLOR ตามด้วย MTC ในเชิง Tactical หลังราคาหุ้นลงมาต่ำกว่าช่วงยูเครน-รัสเซียแล้ว หากตลาด Risk-on ราคาหุ้นมีแนวโน้มฟื้นไว ส่วน SAWAD เพียง Trading







