บล.เอเซีย พลัส:
SJWD พลิกวิกฤติเป็นโอกาส (Buy)
Flash Points
-
แม้เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานและความไม่แน่นอนของซัพพลายเชนใน 1Q69 แต่ SJWD สามารถบริหารสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการติดตามสถานการณ์แบบใกล้ชิด การบริหารเชื้อเพลิง และการปรับแผนขนส่งร่วมกับลูกค้า ทำให้การบริการไม่สะดุดและยังรักษาความเชื่อมั่นของลูกค้าไว้ได้ ขณะเดียวกันกำไร 1Q69 ที่ 276 ล้านบาท แม้ลดลง 24%YoY แต่เป็นกำไรจากการดำเนินงาน เมื่อเทียบกับ 1Q68 ที่มีรายการพิเศษจากการขายที่ดินและเงินลงทุนรวมกว่า 45 ล้านบาท
-
พฤติกรรมลูกค้าที่เร่งนำเข้าและเพิ่ม inventory กลายเป็นแรงหนุนต่อธุรกิจคลังสินค้าและบางส่วนของ freight ขณะที่บริษัทยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจทั้งโครงการห้องเย็นในมาเลเซีย การเพิ่ม capacity และความร่วมมือกับพันธมิตร รวมถึงเข้าสู่ supply chain ใหม่อย่าง AI และ Data Center ด้านต้นทุน SJWD จะเร่งรวมระบบ IT เพื่อลดความซ้ำซ้อนและลด SG&A ลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2570 พร้อมปรับโครงสร้างหนี้ผ่านการ rollover หุ้นกู้เพียงบางส่วนและหันไปใช้เงินกู้ต้นทุนต่ำมากขึ้น เพื่อลดภาระดอกเบี้ยลง
Impact Insight
-
แนวโน้ม 2Q69 ยังอยู่ในทิศทางที่ดี โดยได้รับแรงหนุนจากการทำ front-loading และการสะสม inventory ต่อเนื่อง ทำให้ปริมาณงานในกลุ่มคลังสินค้าและ D2C อยู่ในระดับสูง ขณะที่คลังห้องเย็นฟื้นตัวชัดจากวอลุ่มที่ไหลกลับและอัตราการใช้พื้นที่ที่เพิ่มขึ้น ด้านธุรกิจยานยนต์เริ่มเห็น momentum หลังงานมอเตอร์โชว์ปลายมีนาคม ทำให้ความต้องการรถ โดยเฉพาะ EV จีนกลับมา ส่วนธุรกิจ freight ก็จะได้อานิสงส์จากค่าระวางที่ทรงตัวระดับสูง
-
การเติบโตระยะถัดไปจะขับเคลื่อนมากขึ้นจากธุรกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะเวียดนามที่ SJWD จะเร่งขยายเครือข่ายผ่านพันธมิตรหลายรายเพื่อเพิ่ม capacity รองรับการเติบโตในช่วง 3-5 ปี ขณะที่ธุรกิจของ Alpha มีแผนขายสินทรัพย์คลังสินค้าเข้ากอง REIT มูลค่า 3-4,000 ล้านบาท ในช่วงปลายปี ซึ่งสูงกว่าปีก่อนราว 3 เท่า เพื่อนำเงินกลับมาหมุนขยายโครงการใหม่ โดยมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่คลังสินค้า 1 ล้าน ตรม. จากปัจจุบันที่มีอยู่แล้ว 3.6 แสน ตรม. และกำลังขยายเพิ่มอีก 1.5 แสน ตรม. ภายในปี 2570
Execution
-
คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2569 ที่ 1,225 ล้านบาท (+4.5%YoY) โดยคาดผลประกอบการจะฟื้นตัวชัดในครึ่งปีหลัง จากการควบคุม SG&A และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ควบคู่กับ upside จากแผนขายสินทรัพย์เข้า REIT ช่วงปลายปี ประเมินมูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี DCF ที่ 10.50 บาท (เทียบเท่า PER 15.5 เท่า) แนะนำ ซื้อ







