บล.ทรีนีตี้:

เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส – JMT

กำไร 1Q69 ดีขึ้น QoQ แต่ธุรกิจหลักยังไม่ฟื้น

  • กำไร 1Q69 อยู่ที่ 252 ล้านบาท ดีขึ้น 14%QoQ แต่ยังอ่อนตัว 24%YoY

  • การฟื้นตัว QoQ หลัก ๆ มาจากธุรกิจประกันภัยที่พลิกกลับมาเป็นกำไร จากขาดทุนใน 4Q68 (เนื่องจากมีการเคลมประกันภัยน้ำท่วม) และส่วนแบ่งกำไรจาก JK AMC ที่ปรับตัวดีขึ้นตามแนวโน้มยอดจัดเก็บของ JK AMC เอง

  • ส่วนยอดจัดเก็บของบริษัท (ไม่รวม JK AMC) ยังอ่อนตัว QoQ ขณะที่บริษัทเองยังค่อนข้าง Conservative ในการตั้งสำรองหนี้ ทำให้สำรองหนี้เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก

  • คาดแนวโน้มกำไร 2Q69 ยังค่อนข้างทรงๆ QoQ แต่จะเริ่มฟื้นตัวใน 2H69 หลังค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ลดลง

  • ราคาหุ้นยังไม่มี Upside แนะนำเพียง “ถือ”

ยอดจัดเก็บ (ไม่รวม JK) ยังไม่ฟื้น ส่วนสำรองหนี้ยังเพิ่มขึ้นอยู่

JMT ประกาศกำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 252 ล้านบาท ดีขึ้น 14%QoQ แต่ยังลดลง 24%YoY โดยแนวโน้มกำไรที่ดีขึ้น QoQ มาจากกำไรของธุรกิจประกันภัยที่ปรับตัวดีขึ้น เนื่องจากใน 4Q68 มีค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยสูงจากการเคลมประกันภัยพิบัติน้ำท่วม และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก เนื่องจากยอดจัดเก็บของ JK AMC เพิ่มขึ้นราว 15%QoQ แต่ในส่วนของการดำเนินงานของบริษัทยังไม่ฟื้นตัว โดยรายได้จากธุรกิจบริหารจัดการ NPL อ่อนตัวราว 4%QoQ จากการจัดเก็บของบริษัทที่ลดลง โดยกระแสเงินสดจากการจัดเก็บ (ไม่รวม JK AMC) อยู่ที่ราว 1,184 ล้านบาท อ่อนตัว 5%QoQ และ 12%YoY ขณะที่บริษัทยังค่อนข้าง Conservative ในการประเมินค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ (ECL) ทำให้ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 331 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82%QoQ และ 89%YoY

คาด 2Q69 ยังทรงๆ รอการฟื้นตัวในครึ่งปีหลัง

เราจึงยังคงประมาณการกำไรปี 2569 ที่ 1,185 ล้านบาท เติบโต 15%YoY กำไรงวด 1Q69 คิดเป็นราว 21% ของประมาณการทั้งปี โดยคาดกำไร 2Q69 ยังค่อนข้างทรงตัว QoQ แต่จะเห็นแนวโน้มที่ดีขึ้นในช่วง 2H69 เป็นต้นไป เนื่องจากคาดว่าจะเห็นค่าใช้จ่ายสำรองหนี้ลดลง จากแนวโน้มการจัดเก็บที่ดีขึ้น และได้มีการเร่งตั้งสำรองในช่วงปี 2568 และ 1H69 ไปแล้ว นอกจากนี้บริษัทยังตั้งเป้าจะใช้ AI และ BOT ช่วยในการติดตามและเพิ่มประสิทธิภาพ ส่งผลให้สามารถควบคุมต้นทุนการติดตามหนี้ได้ดีขึ้น ส่วนภาพรวมธุรกิจประกันภัยคาดว่าจะขาดทุนน้อยลง หลังบริษัทปรับกลยุทธ์ในการลดการขายบางผลิตภัณฑ์ที่ขาดทุน

Upside จำกัด คงคำแนะนำ “ถือ”

เรายังคงราคาเป้าหมายปี 2569 ที่ 10 บาท อิง PBV 0.5 เท่า โดยราคาหุ้นปัจจุบันไม่มี Upside จากราคาเป้าหมาย แม้ทางบริษัทจะตั้งเป้าจ่ายปันผลในอัตรา 95% ของกำไรสุทธิ ทำให้ Dividend Yield ค่อนข้างสูงที่ราว 7-8% ก็ตาม เราจึงยังคงคำแนะนำ “ถือ”

ความเสี่ยง: อัตราการจัดเก็บหนี้และกระแสเงินสดและการซื้อหนี้ต่ำกว่าที่คาด

- Advertisement -