บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Supalai (SPALI.BK/SPALI TB)*

ยังคงมี downside บ้าง

Event 

อัพเดตบริษัทหลังจากได้ไปเยี่ยมชมโครงการศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-พัฒนาการ  

Impact 

พรีเซล 1H69 คิดเป็น 43% ของเป้าทั้งปีนี้ที่ 3 หมื่นลบ. 

SPALI แจ้งพรีเซล 2Q69 อ่อนแอที่ 5.25 พันลบ. (-32% QoQ แต่ +1% YoY) จากโครงการแนวราบ 3.8 พันลบ. (-21% QoQ และ -11% YoY) และโครงการคอนโดฯ 1.4 พันลบ. (-50% QoQ แต่ +56% YoY) อย่างไรก็ดี พรีเซล 1H69 เติบโต 9% YoY ที่ 1.3 หมื่นลบ. หนุนจากพรีเซลคอนโดฯ แข็งแกร่งที่ 4.3 พันลบ. (+50% YoY) แต่พรีเซลโครงการแนวราบอ่อนตัวลง 4% YoY ที่ 8.7 พันลบ. ใน 3Q69 SPALI เปิดโครงการใหม่รวมมูลค่า 7.4 พันลบ. (+17% QoQ แต่ -49% YoY) จากโครงการแนวราบมูลค่ารวม 5.35 พันลบ. (-63% YoY และ -15% QoQ) และคอนโดฯ 2 โครงการมูลค่า 2 พันลบ. ซึ่งน่าจะช่วยดันให้พรีเซล 3Q69F ดีขึ้น การที่มูลค่าโครงการเปิดใหม่รวม 9M69 อาจอยู่ราว 2 หมื่นลบ. (57% ของเป้าทั้งปี) เราจึงเห็นว่าโครงการเปิดใหม่ (3.5 หมื่นลบ.) อาจมี downside risk ท่ามกลางภาวะตลาดที่อ่อนแอ  

กำไร 2Q69F น่าจะฟื้นตัว QoQ แต่ทรุดตัวลง YoY 

เราประเมินกำไร 2Q69F เบื้องต้นที่ 755 ลบ. (+88% QoQ แต่ -32% YoY) ทำให้กำไร 1H69F จะอยู่ที่ 1.16 พันลบ. เมื่อเทียบ QoQ รายได้จากการขายบ้านอาจพุ่งขึ้น 30% ที่ 4.75 พันลบ. ส่วนหนึ่งหนุนจากการโอนโครงการศุภาลัย เซนส์ ศรีนครินทร์ที่สร้างเสร็จใหม่มูลค่า 1 พันลบ. (ขายได้แล้ว 51% และโอนแล้ว 25%) และยอดขายโครงการแนวราบ (4 พันลบ.) รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจาก JV ในออสเตรเลียที่แข็งแกร่ง (ราว 450 ลบ.) แต่คาดผลประกอบการจะยังซบเซา YoY เทียบกำไร 2Q68 ที่ 1.1 พันลบ. ผลจากรายได้อ่อนกว่า, gross margin ต่ำกว่า 30% และคชจ. สูงตามฤดูกาล ดังนั้น กำไร 1H69F อาจลดลง 23% YoY ที่ 1.16 พันลบ.จากรายได้ลดลง 18% ท่ามกลางตลาดอสังหาฯ ที่อ่อนแอและ gross margin ต่ำลงที่ราว 30%  

กำไรรวม 2H69F น่าจะแข็งแกร่งขึ้น HoH หนุนจากยอดโอนคอนโดฯ ใหม่สร้างเสร็จ 

ปัจจัยหลักขับเคลื่อนการเติบโตจะมาจากรายได้จากการโอนคอนโดฯ (margin สูง) เพิ่มขึ้น ได้แก่ โครงการ ศุภาลัย ปาร์ค เอกมัย-ศรีนครินทร์มูลค่า 4.6 พันลบ. (ขายได้แล้ว 54%) และศุภาลัย คราม เขาเต่ามูลค่า 480 ลบ. (ขายได้แล้ว 37%) ซึ่งน่าจะช่วยดันให้มาร์จิ้นรวม 2H69F ดีขึ้น ขณะนี้ เราประมาณการกำไร 1H69F ที่ 1.16 พันลบ. (30% ของประมาณการทั้งปีของเราที่ 3.8 พันลบ.) ซึ่งต่ำกว่า consensus ที่ 4.4 พันลบ. ส่วนกำไรปี 2569F เราคาดจะลดลง 5% YoY ก่อนที่จะเติบโต 4% อยู่ที่ 4 พันลบ.ในปีถัดไป ด้วยเหตุที่ backlog คอนโดฯ เหลืออยู่ไม่มากนักราว 800 ลบ.ที่จะรับรู้เป็นรายได้ในปี 2570F รวมถึงอุปสงค์อสังหาฯ ที่ยังเปราะบาง เราจึงเห็นว่าประมาณกำไรปี 2569F ของเราอาจมี downside  

Valuation & Action 

เรายังคงคำแนะนำ “ขาย” SPALI ราคาเป้าหมาย 13.30 บาท อิงจาก PE ปี 2569F ที่ 6.8x (ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยของบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรม)  

Risks 

ความเสี่ยงหลัก ๆ คือ ภาวะเศรษฐกิจ ความหวังนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาล มาตรการปล่อยสินเชื่อเข้มงวดขึ้นท่ามกลางการยืดหนี้สินในระดับสูงของภาคครัวเรือนรวมทั้งการขึ้นอัตราค่าแรงขั้นต่ำ 

- Advertisement -