KS Daily View 06.07.2026 >>> แนะจับตาเงินเฟ้อไทย มิ.ย. คาด CPI +2.7%YoY/ Core CPI +1.07%YoY กรอบ SET วันนี้ 1,600 – 1,630 จุด แนะนำ BGRIM, WHAUP

Theme การลงทุนสัปดาห์นี้: สัปดาห์นี้ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1,590-1,630 โดยคาดยังได้แรงหนุนจากแนวโน้มเงินเฟ้อโลกที่เริ่มผ่อนคลาย หลังราคาน้ำมันปรับฐานต่อเนื่อง และตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ อ่อนแอกว่าคาด ทำให้ตลาดลดความกังวลต่อการขึ้นดอกเบี้ยของ FED ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกยังมีแรงซื้อ ขณะที่เงินเฟ้อไทยเดือน มิ.ย. แนะติดตามในวันนี้ ตลาดคาดลดลงเล็กน้อย ส่วนค่าเงิน Dollar Index ที่อ่อนค่าช่วยหนุนเงินบาทแข็งค่ามีโอกาสทดสอบ 32.6-33.0 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งเอื้อต่อกระแสเงินทุนต่างชาติในระยะสั้น อย่างไรก็ดีในภาพระยะสั้นแถวบริเวณ SET 1620 เริ่มเข้าสู่ Valuation ที่ตึงตัว จึงอาจเห็นการเกิด Sector Rotation จากกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่ Outperform ไปสู่หุ้น Domestic Play เช่น ธนาคาร ค้าปลีก ไฟแนนซ์ โรงพยาบาล และโรงไฟฟ้า ดังนั้นกลยุทธ์การลงทุนเน้น Selective Buy โดยหุ้นเด่นประจำสัปดาห์นี้ แนะสะสม BGRIM, WHAUP, GULF และ KTC

แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: วันศุกร์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,611.28 จุด +1.11% แรงซื้อในกลุ่มสื่อสาร,ไฟแนนซ์ และโรงไฟฟ้า ส่วนวันนี้เราประเมินกรอบ SET index ที่ 1,600–1,630 จุด โดยแนะจับตารายงานเงินเฟ้อไทย (CPI) เดือน มิ.ย. โดยคาดที่ +2.7%YoY ลดลงจาก 2.79% ในเดือน พ.ค. ส่วน Core CPI คาด +1.07%YoY เพิ่มจาก +0.92% ในเดือน พ.ค.  ส่วนกลยุทธ์เน้นย่อสะสมหุ้นคาดแนวโน้มกำไรขยายตัวดีโดยวันนี้แนะนำ BGRIM, WHAUP

ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:

  • กระทรวงการคลังเดินหน้าผลักดันนโยบาย “ปีแห่งการลงทุน” ผ่านโครงการ Thailand Fast Pass ตั้งเป้าดึงเม็ดเงินลงทุนจริง (FDI) 9 แสนล้าน–1 ล้านล้านบาท พร้อมเร่งการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ 2.7 แสนล้านบาท และใช้เครื่องมือ PPP รวมถึง Thailand Future Fund เพื่อชดเชยงบลงทุนภาครัฐที่ลดลง โดยกำหนดให้โครงการที่ได้รับส่งเสริมจากBOI ต้องลงทุนจริงอย่างน้อย 20% ภายในปีนี้ ควบคู่กับการพัฒนาทักษะแรงงานผ่านโครงการ Skill Bridge ถือเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม รับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง และสาธารณูปโภค จากแนวโน้มการเร่งลงทุนภาครัฐและการไหลเข้าของ FDI ที่มีโอกาสหนุนการลงทุนต่อเนื่องในระยะกลาง
  • การผลิตน้ำมันของโอเปกเพิ่มขึ้น 2.34 ล้านบาร์เรลต่อวันสู่ 18.75 ล้านบาร์เรล หลังประเทศอ่าวเปอร์เซียกลับมาส่งออกผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ตามปกติภายใต้ข้อตกลงสันติภาพสหรัฐ-อิหร่าน โดยซาอุฯ คูเวต และอิหร่านเป็นแรงหนุนหลัก ขณะที่อุปทานที่เพิ่มขึ้นสวนทางกับอุปสงค์จีนที่ยังอ่อนแอ ส่งผลให้ราคาน้ำมัน Brent ปรับลดลงมาใกล้ระดับ 72 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวถือเป็นบวกต่อกลุ่มสายการบิน ขนส่ง ปิโตรเคมี และโรงไฟฟ้า แต่อาจกดดันหุ้นกลุ่มสำรวจและผลิตน้ำมัน รวมถึงโรงกลั่นจากกำไรสต๊อกที่มีแนวโน้มลดลง
  • รัฐบาลเปิดโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยคนละครึ่ง วงเงิน 30,000 ล้านบาท ผ่าน ธ.ก.ส. โดยรัฐชดเชยดอกเบี้ย 3% จากอัตราเต็ม 6% ทำให้เกษตรกรจ่ายเพียง 3% ต่อปี กู้ได้สูงสุดรายละ 100,000 บาท สำหรับพืชเศรษฐกิจ 7 ชนิด พร้อมควบคู่การอบรมเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเกษตร เพื่อลดต้นทุนและยกระดับรายได้ในระยะยาว ถือเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มเกษตร, การบริโภค และไฟแนนซ์ จากกำลังซื้อของเกษตรกรที่มีแนวโน้มฟื้นตัวผ่านสินเชื่อต้นทุนต่ำ
  • สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เสนอ 7 มาตรการเร่งด่วนต่อกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมรถกระบะไทยที่มีมูลค่ากว่า 8 แสนล้านบาทและจ้างงานกว่า 800,000 คน โดยครอบคลุมมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อ สิทธิประโยชน์ทางภาษี สินเชื่อ การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม การบริหารการค้า และการส่งเสริมพลังงานชีวภาพ เพื่อรักษาฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ของประเทศ โดยหากภาครัฐผลักดันมาตรการได้จริง จะเป็นบวกต่อกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน และผู้ผลิตรถกระบะที่มีฐานการผลิตในไทย จากโอกาสฟื้นตัวของอุปสงค์และการรักษาฐานการผลิตในประเทศ

Daily pick

BGRIM: ราคาพื้นฐาน 20.00 บาท

  • แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าฉบับใหม่ (PDP2569) คาดประกาศราวเดือน ก.ย.2569 มีแนวโน้มเปิดโอกาสการประมูลสำหรับภาคเอกชน ซึ่งจะสร้าง upside ใหม่ให้กับกลุ่มไฟฟ้า
  • การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของความต้องการ Data center จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันการลงทุนในกำลังการผลิตใหม่ ทั้งจากพลังงานหมุนเวียนและโรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิม โดยสำหรับ BGRIM เราปรับราคาเป้าหมายขึ้นจาก 14.50 บาท เป็น 20.00 บาท โดยรวมศักยภาพการขยายกำลังการผลิตของศูนย์ข้อมูลอีก 100 MW และความสามารถในการรองรับโครงการ Direct PPA ได้เต็ม 200 MW

WHAUP: ราคาพื้นฐาน 7.55 บาท

  • กำลังรองรับ Data Center ไทยมีโอกาสเพิ่มจาก 600MW ในปี 2568 สู่ 5GW ภายในปี 2573 จากการลงทุนของผู้เล่น Hyperscale และโครงการที่ได้รับส่งเสริมจาก BOI
  • คาดนิคม WHA รองรับ Data Center ราว 38% ของประเทศ ช่วยหนุนยอดขายน้ำอุตสาหกรรมและสร้างUpside เพิ่มเติมจากโครงการ Direct PPA ในอนาคต
  • แนะนำเป็น “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 7.55 บาท ปรับเพิ่มประมาณการกำไรระยะยาวจากความต้องการใช้น้ำที่แข็งแกร่ง พร้อมคาดกำไรเติบโตเฉลี่ย 15% ในช่วงปี 2569-74 และยังมีศักยภาพรองรับการเติบโตได้อีกมากโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มสูงมากนัก

รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ

วันจันทร์ ติดตามเงินเฟ้อไทย เดือน มิ.ย. โดย CPI คาดที่ +2.7%YoY ลดลงจาก 2.79% ในเดือน พ.ค. ส่วน Core CPI คาด +1.07%YoY เพิ่มจาก +0.92% ในเดือน พ.ค. ส่วนทางฝั่งสหรัฐฯ ดัชนี PMI ภาคบริการของสหรัฐฯ เดือน มิ.ย. คาดที่ 51.3 จุด, ดัชนี ISM ภาคบริการของสหรัฐฯ เดือน มิ.ย. คาดที่ 54.0 จุด ลดลงเล็กน้อยจากเดือน พ.ค. ที่ 54.5 จุด นอกจากนี้ทางฝั่งยูโรโซน ติดตามดัชนีผู้ผลิตPPI ของยูโรโซน เดือน พ.ค. คาดที่ +5.8%YoY เร่งขึ้นจาก เม.ย. ที่ +4.9%YoY และยอดค้าปลีกยูโรโซน เดือน พ.ค. คาดที่ +1.6%YoY เร่งจาก +1.0%YoY

วันอังคาร ติดตามการประชุม ครม และดุลการค้าสหรัฐฯ เดือน พ.ค. คาดขาดดุล -$78.5 bn.

วันพุธ ติดตามรายงานการประชุม FED รอบล่าสุด และสต๊อกน้ำมันดิบสหรัฐฯรายสัปดาห์

วันพฤหัส ติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของไทย เดือน มิ.ย. ส่วนทางด้านสหรัฐฯ จับจาตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการครั้งแรกรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ คาดที่ 2.2 แสนตำแหน่ง เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 2.15 แสนตำแหน่ง, ยอดขายบ้านมือสองสหรัฐฯ เดือน มิ.ย. คาดที่ +0.9%MoM ลดลงจาก +3.2%MoM ในเดือนก่อนหน้า ทางฝั่งจีนติดตาม ดัชนี PPI ของจีน เดือน มิ.ย. คาดที่ +4.2%YoY จาก พ.ค. ที +3.9% และดัชนี CPI จีน มิ.ย. คาดที่ +1.1%YoY ลดลงจาก +1.2% ส่วน Core CPI จีน คาดทรงตัวที่ 1.1%

วันศุกร์ ติดตามดัชนี PPI ของญี่ปุ่น เดือน มิ.ย. คาดที่ +6.8%YoY เพิ่มจาก +6.3%YoY ในเดือน พ.ค.

- Advertisement -