บล.พาย:
TU: Thai Union Group PCL
2Q26 รายได้ยังดีแต่ถูกกดดันจากต้นทุน
- เรายังคงคำแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิม โดยมีปัจจัยบวกจากผลประกอบการ 2Q26 ที่คาดว่ากำไรปกติจะเพิ่มขึ้นจาก 1Q26 ถึง 22% จากกำไรขั้นต้นที่สูงถึง 19.7% หลังจากได้รับผลดีจากการปรับราคาขาย ขณะที่รายได้ยังเติบโตได้ตามแผนโดยเฉพาะตลาดสหรัฐฯและยุโรป แต่ปัจจัยลบคือผลกระทบจากค่าน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นกดดันให้ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวเพิ่มขึ้น สำหรับแนวโน้มในช่วง 2H26 เบื้องต้นมีผลดีจากต้นทุนราคาปลาทูน่าที่เริ่มปรับตัวอ่อนลง ทั้งนี้กำไรปกติในช่วง 1H26 คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 41% ของกำไรทั้งปีที่เราคาดไว้ ทำให้เราอาจจะมีการปรับประมาณการใหม่หลังผลประกอบการออกมาในช่วงต้นเดือน ส.ค. นี้
คาด 2Q26 กำไรสุทธิ 1,137 ล้านบาท (-11%YoY, +2%QoQ)
- เราคาดกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 1,137 ล้านบาท (-11%YoY, +2%QoQ) ถ้าไม่รวมรายการพิเศษอย่างกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 50 ล้านบาท จะมีกำไรปกติที่ 1,087 ล้านบาท (-11%YoY, +22%QoQ) เทียบกับปีก่อนถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นแรง ส่วนดีขึ้นจาก 1Q26 จากผลของฤดูกาล
- รายได้คาดที่ 34,515 ล้านบาท (+3%YoY, +8%QoQ) เติบโตทุกกลุ่มไม่ว่าจะเป็นกลุ่มอาหารแปรรูป (Ambient) ที่ได้รับผลดีจากการปรับราคาจากผลกระทบของภาษีเต็มไตรมาส กลุ่มอาหารแช่แข็งที่ความต้องการจากสหรัฐฯ ยังดี และอาหารสัตว์เลี้ยงที่ยังเติบโตในกลุ่มสหรัฐฯและยุโรป
- กำไรขั้นต้นคาดที่ 19.7% ใกล้เคียงกับ 2Q25 และเพิ่มขึ้นจาก 18.2% ใน 2Q25 เดิมเติบโตจากธุรกิจอาหารแปรรูปที่ยังไม่ถูกกระทบจากราคาปลาทูน่าที่ปรับตัวดีขึ้น (แต่ราคาขายดีจากการปรับราคาข้างต้น) ส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคาดที่ 5,056 ล้านบาท (+9%YoY, +9%QoQ) เพิ่มขึ้นในส่วนของค่าขนส่งผลกระทบของราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นตามตลาดโลก แม้ค่าใช้จ่ายจากโครงการโซน่าร์ สิ้นสุดลงไปแล้วตั้งแต่ปลายปีก่อน
- ดอกเบี้ยจ่ายที่ 591 ล้านบาททรงตัวจากปีก่อนแต่เพิ่ม 12%QoQ ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมคาดที่ 166 ล้านบาท (+5%YoY, -46%QoQ) ภาษีจ่าย (ไม่รวมรายการพิเศษ) คาดที่ 189 ล้านบาท (-10%YoY) พลิกจากรายได้ภาษี 23 ล้านบาทใน 1Q26
2H26 มีข่าวดีจากราคาปลา+ค่าเงินบาท ภาพรวมในช่วง 2H26
- มีปัจจัยบวกเรื่องราคาปลาทูน่าที่เริ่มเห็นการปรับตัวลดลงหลังจากทำจุดสูงสุดในเดือน มี.ค. ที่ระดับ 2,000 เหรียญฯ/ตัน ขณะที่ผลกระทบเรื่องภาษียังต้องรอดูว่าสุดท้ายแล้วสหรัฐฯ จะเรียกเก็บที่อัตราใด ส่วนการขอคืนภาษีคาดว่าจะมีเข้ามาในงบการเงินบางส่วนในปีนี้ โดยรูปแบบจะเป็นการนำไปลดต้นทุนการขาย ที่จะทำให้กำไรขั้นต้นในไตรมาสที่ได้รับมาสูงกว่าปกติ ปัจจัยบวกอีกประการคืออัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงต่อเนื่องจนมาอยู่ที่ระดับ 33 บาท/เหรียญฯ ซึ่งสูงกว่าสมมติฐานที่ TU คาดไว้ที่ 32.5 บาท/เหรียญฯ แล้ว โดยทุกการเปลี่ยนแปลง 1 บาทจะกระทบกับรายได้ประมาณ 1%
คงกำไรทั้งปีไว้เท่าเดิมก่อน และยังคงแนะนำ “ซื้อ”
- หากกำไรออกมาตามคาด จะทำให้กำไรปกติในช่วง 1H26 จะคิดเป็นสัดส่วน 41% ของกำไรทั้งปีที่เราประเมินไว้ที่ 4,721 ล้านบาท โดยเราอาจจะมีการทบทวนหลังการประกาศงบการเงินอีกครั้ง สำหรับคำแนะนำการลงทุน ด้วยส่วนต่างกับมูลค่าเหมาะสมที่เราประเมินไว้ที่ 15 บาท (13.5XPER’26E) อีกกว่า 26% เราจึงคงแนะนำ “ซื้อ” เช่นเดิม โดยคาด TU จะจ่ายเงินปันผลงวด 1H26 ที่ระดับ 0.34 บาท/หุ้น








