บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
SRISAWAD CORP (SAWAD TB)
Challenges remain ahead
-
กำไร 1Q26 เป็นไปตามคาด ขณะที่รายได้และส่วนต่างดอกเบี้ยดีกว่าคาดแม้การเติบโตของสินเชื่อยังอ่อนแอ
-
คาดกำไรปี 2026-28E จะฟื้นตัวต่อเนื่อง แม้ราคาน้ำมันยังเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อการเติบโตและคุณภาพสินทรัพย์
-
คงคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 35 บาท
กำไร 1Q26 เป็นไปตามคาด ขณะที่รายได้และส่วนต่างดอกเบี้ยดีกว่าคาด
กำไรสุทธิ 1Q26 เป็นไปตามคาดที่ 1.34 พันล้านบาท แต่สูงกว่าตลาดคาด 3% เพิ่มขึ้น 1.1% q-q และ 22.0% y-y สู่ระดับสูงสุดในรอบ 10 ไตรมาส คิดเป็น 24% ของประมาณการปี 2026 ของเรา PPOP สูงกว่าคาดที่ 2.40 พันล้านบาท (+5.3% q-q, +28.0% y-y) จาก NII และ non-NII ที่ดีกว่าคาดแม้เผชิญแรงกดดันตามฤดูกาล การเติบโตของสินเชื่อชะลอลงสู่ 0.1% q-q และ 2.0% y-y ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าของบริษัทและประมาณการทั้งปีของเรา ขณะที่ส่วนต่างดอกเบี้ยขยายตัวดีกว่าคาด 40bp หลัก ๆ จากผลตอบแทนสินเชื่อของ SCAP ที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นการเติบโตครั้งแรกในรอบ 8 ไตรมาส ขณะที่ต้นทุนเงินทุนลดลง 26bp q-q แม้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูงกว่าคาด แต่ผลขาดทุนจากการขายรถยึดที่ลดลง การกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น และการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่ง ช่วยให้อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ปรับดีขึ้นเป็น 43.53%
คุณภาพสินทรัพย์อยู่ในระดับจัดการได้ ขณะที่ต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิตลดลง
โดยรวมคุณภาพสินทรัพย์ยังอยู่ในระดับที่จัดการได้ แม้หนี้ด้อยคุณภาพรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ยังเป็นไปตามคาด และบริษัทยังไม่พบสัญญาณการผิดนัดชำระหรือคุณภาพสินทรัพย์ที่แย่ลงในกลุ่มลูกหนี้เปราะบางใน 1Q26 (กลุ่มอาชีพอิสระและ SME คิดเป็น 62% ขณะที่ภาคเกษตรคิดเป็น 1%) จากการเติบโตของสินเชื่อที่ยังจำกัด ส่งผลให้สัดส่วน NPL เพิ่มขึ้น q-q เป็น 3.97% จาก 3.91% ณ สิ้นปี 2025 ต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิตลดลงมากกว่าคาดเป็น 2.23% จาก 2.41% ใน 4Q25 ขณะที่ Coverage ratio ทรงตัว q-q ที่ 52.6%
คงประมาณการกำไรปี 2026-28 และติดตามอย่างใกล้ชิดใน 2Q26
เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026–28 และปรับเพิ่มประมาณการปี 2026–27 เล็กน้อยราว 1.2% เพื่อสะท้อนเป้าธุรกิจใหม่ เราคาดกำไรเติบโตเฉลี่ยสะสมที่ 10.5% ต่อปี จากการขยายสินเชื่อเชิงรุกมากขึ้น ต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิตที่ลดลงในปี 2026 และประสิทธิภาพต้นทุนที่ดีขึ้นจากภาระการตัดจำหน่ายของ SCAP ที่ลดลง อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันในประเทศที่เพิ่มขึ้นทำให้ความเสี่ยงต่อการเติบโตของสินเชื่อและคุณภาพสินทรัพย์ใน 2Q26 เพิ่มขึ้น ซึ่งผู้บริหารกำลังติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ ทุกการลดลงของสินเชื่อ 1% จะทำให้กำไรสุทธิปี 2026E ลดลง 0.4% ขณะที่ทุกการเพิ่มขึ้นของต้นทุนความเสี่ยงด้านเครดิต 10bp จะทำให้กำไรลดลง 1.4%
คงคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 35 บาท
เราคงคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 35 บาท อิงวิธี GGM คิดเป็น P/BV ที่ 1.28 เท่า ภายใต้สมมติฐาน LT-ROE ที่ 13.9% และ COE ที่ 12%







