บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
TOA PAINT (THAILAND) (TOA TB)
1Q26 results at first glance
กำไร 1Q26 ดีกว่าคาดจาก GPM ยังทรงตัวสูง
Highlights
-
TOA รายงานกำไรสุทธิ 1Q26 เท่ากับ 953 ล้านบาท (+13% q-q, +30% y-y) ดีกว่าเราคาด 16% หากหักรายการพิเศษรวม 41 ล้านบาท จากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนและการตีมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์การเงิน กำไรปกติอยู่ที่ 912 ล้านบาท ทรงตัว q-q แต่โต 14% y-y
-
ผลประกอบการที่ดีกว่าคาดหลักๆ มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ยืนระดับสูง 40.4% ใกล้เคียงกับ 4Q25 และปรับเพิ่มจาก 37.2% ใน 1Q25 แม้เดือน มี.ค. เริ่มมีแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมัน แต่ชดเชยด้วยการปรับเพิ่มราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุน รวมถึงใช้กลยุทธ์การบริหารสต็อกที่เป็นต้นทุนเดิมและจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม
-
ยอดขายรวมเติบโตเล็กน้อย 2% q-q และ 4% y-y ที่ 5.6 พันล้านบาท โดยสัดส่วนหลัก 83% เป็นยอดขายในประเทศที่ 4.7 พันล้านบาท (+5% q-q, +3% y-y) จากการปรับเพิ่มราคาขายในเดือน มี.ค. และการเร่งสั่งซื้อของร้านค้าปลีกเพื่อสำรองสินค้าก่อนราคาขายปรับขึ้น ปัจจัยดังกล่าวช่วยชดเชยความต้องการที่เริ่มอ่อนตัวลงจากอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาฯ ที่ชะลอการลงทุนและแผนก่อสร้างใหม่ ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
-
ด้านยอดขายต่างประเทศซึ่งคิดเป็น 17% ของยอดขายรวม อยู่ที่ 964 ล้านบาท ลดลง 10% q-q จากปัจจัยฤดูกาลของเวียดนามและเมียนมาร์ที่ 4Q25 เป็น High Season ของการก่อสร้างและซ่อมแซม อย่างไรก็ดี โมเมนตัมยังเป็นบวก โต 10% y-y ทั้งเมียนมาร์ เวียดนาม ลาว และกัมพูชา จากการรุกตลาดค้าปลีกและงานโครงการอสังหาฯ
-
ค่าใช้จ่ายควบคุมได้ดี โดย SG&A ต่อรายได้ ปรับลงเป็น 20.3% จาก 21.2% ใน 4Q25 ซึ่งมีค่าโฆษณาและค่าส่งเสริมการขายที่เร่งขึ้นในปลายปีก่อนหน้า รวมถึงต้นทุนการเงินลดลงเป็น 9 ล้านบาท (-6% q-q, -23% y-y) ตามทิศทางดอกเบี้ยที่ปรับลง
Outlook
-
กำไรปกติ 1Q26 คิดเป็น 34% ของคาดการณ์ทั้งปี แต่เรายังคงประมาณการกำไรปกติปีนี้ที่ 2.67 พันล้านบาท (-17% y-y) แนวโน้ม 2Q26 คาดเห็นผลกระทบมากขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบใหม่ รวมถึงค่าขนส่งและบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้นจากราคาพลังงาน แม้มีการปรับขึ้นราคาขายในตั้งแต่เดือน มี.ค. แต่คาดไม่สามารถชดเชยได้ทั้งหมด นอกจากนี้ ด้านยอดขายยังถูกกดดันจากความต้องการมีแนวโน้มอ่อนลงตามปัจจัยฤดูกาล และมีแรงกดดันจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้เราประเมินผลประกอบการ 2Q26 จะหดตัว q-q และ y-y
-
กำไร 1Q26 ที่ดีกว่าคาดมีโอกาสเป็นประเด็นหนุนราคาหุ้นระยะสั้น อย่างไรก็ตาม เรายังติดตามผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นใน 2Q26 หลังวัตถุดิบต้นทุนต่ำทยอยหมดลง ภายใต้นโยบายสต็อกวัตถุดิบราว 20-30 วัน ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสงคราม จึงคงคำแนะนำ ถือ







