บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
KCG CORPORATION (KCG TB)
ผู้นำตลาดเนยชีสที่มั่นคงที่ราคาหุ้นไม่แพง
-
แนวโน้มกำไรทั้งปียังแข็งแกร่ง ขณะที่ผลกระทบจากราคาน้ำมันและพลาสติกมีจำกัด
-
แนวโน้ม 2Q26 ชะลอเล็กน้อย q-q จากปัจจัยฤดูกาล ขณะที่ผลกระทบด้านต้นทุนค่าขนส่งและพลาสติกจำกัด แต่ยังเติบโต y-y คงคาดกำไรปี 2026 +13.3% y-y เป็นสถิติสูงสุดใหม่
-
เรายังคงราคาเป้าหมาย 11 บาท ยังแนะนำ “ซื้อ”
แนวโน้มกำไรทั้งปียังแข็งแกร่ง ขณะที่ผลกระทบจากราคาน้ำมันและพลาสติกมีจำกัด
เรายังมีมุมมองเชิงบวกต่อเนื่อง แนวโน้มผลประกอบการทั้งปี 2026 ที่จะสามารถทำสถิติสูงสุดใหม่ต่อเนื่อง แม้ผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะส่งผลให้ต้นทุนขนส่ง และบรรจุภัณฑ์พลาสติกปรับเพิ่มขึ้น (ต้นทุนค่าขนส่งคิดเป็น 12% ของ SG&A และต้นทุนพลาสติกคิดเป็นเพียง 3% ของ COGS) แต่จะจำกัด แม้บริษัทยังไม่มีการปรับขึ้นราคาสินค้า แต่จะเน้นการบริหารต้นทุนวัตถุดิบหลักเป็นสำคัญ เพราะต้นทุนหลักของบริษัทอยู่ที่ต้นทุนวัตถุดิบ ซึ่งบริษัทได้บริหารจัดการวัตถุดิบทั้งปีหมดแล้ว โดยได้ล็อคราคาวัตถุดิบหลักไว้ทั้งปีแล้วในต้นทุนเฉลี่ยใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ประกอบกับด้านการขายและการตลาดบริษัทได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อสนองความต้องการของลูกค้า ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้ส่วนแบ่งตลาดเนยชีสเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 46.5% เป็นอันดับหนึ่งของประเทศ
2Q26 เป็น low season แต่ยังเพิ่ม y-y
เราคาดกำไรสุทธิ 2Q26 จะชะลอตัว q-q จากช่วง low season แต่จะยังเพิ่มขึ้น y-y โดยในการประชุมนักวิเคราะห์ล่าสุด บริษัทคาดว่ารายได้รวมใน 2Q26 รวม mid-single-digit y-y ซึ่งเป็นอัตราที่ต่ำกว่าเป้าทั้งปี 2026 เฉลี่ยที่ high single digit เนื่องจากบริษัทได้รวมความเสี่ยงผลกระทบสงครามที่ยืดเยื้อด้วย สำหรับต้นทุนวัตถุดิบมีแนวโน้มทรงตัว q-q, y-y โดยราคาวัตถุดิบล็อคไว้ทั้งปีแล้ว เฉลี่ยใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา ซึ่งจะกดดันอัตรากำไรขั้นต้น 2Q26 ลดลงเล็กน้อย q-q แต่ยังจะสูงขึ้น y-y จากต้นทุนวัตถุดิบลดลงจากส่วนที่เป็น Butter oil และราคาน้ำมันปาล์มที่ต่ำกว่าปีก่อน y-y ส่วน SG&A มีแนวโน้มปรับขึ้นจากต้นทุนค่าขนส่งที่เพิ่มตามราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น แต่จะถูกชดเชยจากต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงจากยอดหนี้และอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง
แผนการดำเนินธุรกิจปีนี้จะเน้นปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตด้วยงบลงทุน 300-400 ลบ.
กำไร 1Q26 คิดเป็น 27% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2026 ที่ 570 ล้านบาท เติบโต 13.3% y-y ขณะที่บริษัทยังคงเป้าการเติบโตของรายได้ปี 2026-27 เติบโต +8-9% y-y หนุนจากการขยายฐานลูกค้ารายใหญ่และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นคาดว่าจะยังคงยืนเหนือ 31% ประกอบกับแนวโน้มราคาวัตถุดิบทั้งเนยและชีสทรงตัวจากมีการล็อคราคาไปถึงสิ้นปีแล้ว แม้จะมีผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันและพลาสติกบ้าง แต่ก็จะถูกชดเชยจากต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลง ดังนั้นเราจึงคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 เติบโต 13.3% y-y และประมาณการกำไรสุทธิในช่วง ปี 2026-28 เติบโตเฉลี่ย 11.6% CAGR
คงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 11 บาท
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 11 บาท ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายกันที่ P/E ปี 2026 เพียง 9.3 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มอาหารที่ 11.5 เท่า และ Div. yield 5.9%/ปี







