บล.ฟิลลิป:
โอสถสภา – OSP
คาด 2Q69 ยังเติบโต ติดตามต้นทุนครึ่งปีหลัง
Key Point
OSP รายงานกำไรปกติ 1Q69 เติบโตโดดเด่น +19% y-y พร้อมทำสถิติอัตรากำไรขั้นต้นสูงสุดใหม่ที่ 42.5% จากความสำเร็จของการรวมศูนย์โรงงานและการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A อย่างมีประสิทธิภาพ แนวโน้ม 2Q69 สดใสต่อเนื่องจากอานิสงส์อากาศร้อนและกิจกรรมช่วงสงกรานต์ พร้อมแผนเปิดตัวสินค้าพรีเมียมและรุกตลาดจีนผ่านอีคอมเมิร์ช ด้านอัตรากำไรคาดว่าจะสามารถรักษาไว้ได้จากการล็อกราคาต้นทุนวัตถุดิบไว้ล่วงหน้า คงราคาพื้นฐานที่ 20.40 บาท แนะนำ “ซื้อ”
กำไรปกติเติบโต แม้ยอดขายหดตัว
OSP มีกำไรปกติใน 1Q69 อยู่ที่ 1.15 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% q-q และ 19% y-y เติบโตได้ แม้ยอดขายหดตัวลง จากอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำระดับสูงสุดใหม่ที่ 42.5% เป็นผลของโครงการรวมศูนย์การผลิตที่อยุธยาและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
ภาพรวมยอดขายตัวลง 7.1% y-y อยู่ที่ 6.3 พันล้านบาท 1.) กลุ่มเครื่องดื่มในประเทศเติบโตแข็งแกร่ง 11.4% y-y โดยเฉพาะเครื่องดื่มบำรุงกำลัง 2.) กลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคลเติบโต 7.4% y-y จากการรุกตลาดผู้ใหญ่ และการออกสินค้าใหม่ 3.) กลุ่มเครื่องดื่มต่างประเทศหดตัวลง 10.6% y-y จากผลกระทบปัญหาขาดแคลนเรือขนส่งสินค้า และปัญหาด้านใบอนุญาตนำเข้าในเมียนมา รวมถึงยอดขายที่หายไปของประเทศกัมพูชา
แนวโน้ม 2Q69 คาดยังเติบโตได้ y-y
แนวโน้มใน 2Q69 คาดว่าจะเติบโต y-y โดยได้รับแรงหนุนจาก ปัจจัยฤดูกาล และเทศกาลสงกรานต์ที่หนุนความต้องการเครื่องดื่มในประเทศบริษัทเตรียมรุกตลาดด้วยการเปิดตัวสินค้าใหม่เชิงพรีเมียมและนวัตกรรมสุขภาพ เช่น M-150 Sparkling, เปปทีนสูตรใหม่ และ เบบี้มายด์ ไวท์ ซากุระ สำหรับตลาดต่างประเทศจะเริ่มรับรู้รายได้จากการขาย Babi Mild x Butterbear ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ชในจีน ในด้านต้นทุนแรงกดดันในไตรมาส 2 ยังมีจำกัดเนื่องจากได้ทำการ Lock ราคาวัตถุดิบไว้ล่วงหน้า
แนวโน้มต้นทุนในช่วง 2H69 สูงขึ้น แต่บริษัทมองรับมือได้
แนวโน้มต้นทุนในช่วง 2H69 คาดว่าจะมีการปรับตัวสูงขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีแรก โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ, บรรจุภัณฑ์ และราคาน้ำมันซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่าย
อย่างไรก็ตาม บริษัทเชื่อมั่นว่าจะสามารถชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนดังกล่าวได้ ผ่านกลยุทธ์การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เช่น การปรับปรุงบรรจุภัณฑ์เพื่อรักษา Margin, การจัดซื้อแบบรวมศูนย์ (Centralized Procurement) เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองราคาวัตถุดิบ, Lock ราคาต้นทุนวัตถุดิบไว้ล่วงหน้าเพื่อลดความผันผวนของต้นทุน และการเพิ่มประสิทธิภาพโรงงานให้ต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด
คงกำไรปี 2569 ราคาพื้นฐาน 20.40 บาท แนะนำ “ซื้อ”
โดยกำไรใน 1Q69 คิดเป็น 30.4% ของกำไรทั้งปี โดยคงประมาณการกำไรปี 2569 ที่ 3.8 พันล้านบาท +9.7% y-y (เทียบกำไรปกติ) และราคาพื้นฐานที่ 20.40 บาทต่อหุ้น มี Upside จากราคาปัจจุบันที่ 36% แนะนำ “ซื้อ”








