บล.เอเซีย พลัส:
CK ฐานรายได้มั่นคง รอปลดล็อก pipeline ใหญ่ (Buy)
Flash Points
-
CK มีสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่งจาก backlog ที่มีกว่า 156,836 ล้านบาท สามารถรองรับรายได้ได้ยาว 4 ปี สะท้อนความมั่นคงของรายได้ในระยะข้างหน้า โดยรายได้ก่อสร้าง 1Q69 อยู่ที่ 12,163 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17%QoQ จากการเร่งตัวของโครงการหลวงพระบาง ขณะที่แนวโน้มทั้งปี 2569 ตั้งเป้ารายได้ใกล้เคียงปีก่อนที่ 4.4 หมื่นล้านบาท หรือเติบโตเล็กน้อย และยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในกรอบ 7-8% แม้มีแรงกดดันจากต้นทุน
-
ในระยะถัดไป CK มี pipeline โครงการขนาดใหญ่รวมราว 770,900 ล้านบาท ที่สนใจเข้าร่วมประมูล โครงการที่มีโอกาสเปิดประมูลภายในปี 2569 ได้แก่ มอเตอร์เวย์ M9 และ M5, รถไฟความเร็วสูงเฟส 2 โครงการขยายสนามบินสุวรรณภูมิฝั่งตะวันออก และ Double Deck ขณะที่โครงการขนาดใหญ่อื่น ๆ จะทยอยออกในปี 2570 โดย CK ตั้งเป้าเพิ่ม backlog ใหม่อีก 260,900 ล้านบาท ในช่วงปี 2569-2571 บนสมมติฐานว่าจะสามารถชนะงานได้ราว 20-30% ของโครงการที่เข้าร่วมประมูลทั้งหมด
Impact Insight
-
ฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการรายได้ก่อสร้างปี 2569 ขึ้นจาก 4.1 หมื่นล้านบาทเป็น 4.4 หมื่นล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการรับรู้รายได้ของ CK ที่มีการเร่งตัวของโครงการหลัก โดยเฉพาะโครงการหลวงพระบางและโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มและสีม่วง รวมถึงได้ปรับสมมติฐานรายได้ดอกเบี้ยรับและดอกเบี้ยจ่ายให้สะท้อนสถานการณ์ปัจจุบันมากขึ้น ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังคงสมมติฐานไว้ที่ประมาณ 7.2% ซึ่งอยู่ในกรอบเป้าหมายของบริษัท
-
ความสามารถในการรักษา margin เกิดจากลักษณะโครงการส่วนใหญ่ใน Backlog ที่เป็น Design & Build ซึ่งมีความยืดหยุ่นในการปรับแบบและเลือกใช้เทคนิคก่อสร้างให้เหมาะสมกับต้นทุนที่เปลี่ยนแปลง ประกอบกับการบริหารต้นทุนเชิงรุก เช่น การล็อกราคาวัสดุหลักล่วงหน้า การบริหารสต็อก รวมถึงการเพิ่ม efficiency ในการก่อสร้าง นอกจากนี้ ผลประกอบการของ CK ยังได้รับแรงสนับสนุนจากส่วนแบ่งกำไรที่แข็งแกร่งของ CKP และ BEM รวมถึงเงินปันผลจาก TTW อย่างสม่ำเสมอ ช่วยเสริมความมั่นคงของกำไรในภาพรวม
Execution
-
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้น 14% เป็น 2,229 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาเหมาะสม (SOTP) ขยับขึ้นเป็น 21.00 บาท จาก 19.00 บาท คิดเป็น Upside 17.3% พร้อมปรับคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จากมุมมองเชิงบวกต่อ pipeline โครงการภาครัฐที่กำลังทยอยเปิดประมูล รวมถึงแรงหนุนจากโมเมนตัมกำไรที่ฟื้นตัวตามฤดูกาลในไตรมาส 2 และ 3 ของปี








