ข่าวเศรษฐกิจ / อุตสาหกรรม / ตลาดหลักทรัพย์ฯ

ราคาทองคำโลกอ่อนตัวเหนือ 4,500 ดอลลาร์ ดอลลาร์แข็งและบอนด์ยีลด์พุ่งกดดัน

ราคาทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศอยู่ที่ 69,950 บาทต่อบาททองคำ ลดลง 50 บาทจากวันก่อน ขณะที่ราคาตลาดโลกแกว่งในกรอบ 4,507-4,545 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ลดลงประมาณ 0.4% แรงกดดันหลักมาจากดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯที่แข็งค่าสู่ระดับ 99.4 จุด สูงสุดนับแต่ต้นเดือนเมษายน ประกอบกับ Fed มีท่าทีเชิงเหยี่ยว โดยตลาดประเมินโอกาสขึ้นดอกเบี้ย 25 จุดพื้นฐานในเดือนธันวาคมไว้ที่ประมาณ 40% สัญญาณที่ขัดแย้งของการเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่านยังเป็นปัจจัยตลาดจับตา ทรัมป์กล่าวว่าอยู่ในขั้นตอนสุดท้าย แต่ผู้นำอิหร่านออกคำสั่งขัดเงื่อนไขสำคัญ ส่งผลให้ราคาน้ำมัน WTI ดีดตัวขึ้นประมาณ 3% เหนือ 101 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นปัจจัยค้ำยันราคาทองคำบางส่วน ด้านเทคนิค ทองคำเคลื่อนไหวในกรอบขาลง ต่ำกว่า EMA 200 บนกราฟ H4 โดยแนวต้านสำคัญอยู่ที่ 4,620-4,650 ดอลลาร์ และแนวรับที่ 4,360 ดอลลาร์

ค่าเงินบาทแข็งค่าเล็กน้อย เปิดที่ 32.62 บาทต่อดอลลาร์ท่ามกลางความไม่แน่นอนตะวันออกกลาง

ธนาคารกรุงไทยประเมินค่าเงินบาทเปิดเช้าที่ระดับ 32.62 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากระดับปิด 32.68 บาทของวันก่อน โดยเงินบาทแกว่งตัวในกรอบ 32.51-32.72 บาทต่อดอลลาร์ สะท้อนความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ตะวันออกกลาง ด้านข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ พบว่าดัชนี PMI ภาคบริการเดือนพฤษภาคม อยู่ที่ 50.9 จุด แย่กว่าคาด ขณะที่ PMI ภาคการผลิตปรับขึ้นที่ 55.3 จุด ดีกว่าคาด ส่งผลให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลงบางส่วน บอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ เคลื่อนไหวในกรอบ 4.55%-4.64% ล่าสุดแกว่งที่ 4.57% ตามความไม่แน่นอนของการเจรจาหยุดยิงสหรัฐฯ-อิหร่าน ราคาทองคำ (XAUUSD) รีบาวด์สูงขึ้นเหนือโซน 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์อ่อนค่าลงจากความหวังการเจรจาหยุดยิง

ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน SET ไตรมาส 1/69 กำไรพุ่ง 28% กลยุทธ์แนะหุ้น High Pricing Power รับ Q2

บริษัทจดทะเบียน 571 แห่งใน SET ไตรมาส 1/69 มีรายได้รวม 4.30 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.0% YoY และ 3.5% QoQ ขณะที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 28.3% YoY และ 46.7% QoQ กลุ่มอุตสาหกรรมที่นำการเติบโต ได้แก่ STEEL, ICT, PETRO และ CONMAT ที่พลิกกำไร รวมถึง TOURISM ส่วนกลุ่ม HOME ยังประสบผลขาดทุนต่อเนื่อง สำหรับ 93 บริษัทที่มีการคาดการณ์ผลประกอบการล่วงหน้า มีกำไรเพิ่มขึ้น 29.6% YoY และ 34.0% QoQ สูงกว่าที่ตลาดคาด สำหรับไตรมาส 2/69 คาดว่ากำไรจะชะลอตัว QoQ จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลาง ต้นทุนพลังงานสูง และปัญหาการขนส่ง ขณะที่ SET มีแนวโน้ม Upside จำกัดหลังปรับขึ้นเกิน 20% YTD กลยุทธ์แนะนำหุ้น High Pricing Power ได้แก่ ADVANC, TRUE, GULF, CPALL และ CPN

ข่าวบริษัทจดทะเบียนฯ

PTTEP (Last Price 151.0 บาท YTD return +34.82%)

PTTEP ออกหุ้นกู้ 3 ชุด เสร็จสิ้น 22 พ.ค.2569 ระดมทุนรวมกว่า 13,000 ล้านบาท และ 125 ล้านดอลลาร์ ประกอบด้วยหุ้นกู้ดิจิทัลสกุลดอลลาร์ 5 ปี ดอกเบี้ย 4.50% และหุ้นกู้บาท 2 ชุด ได้รับเครดิต AAA จาก TRIS Rating เงินจะใช้ชำระหนี้เดิมและรองรับโอกาสลงทุนใหม่ (ที่มา: ทันหุ้น)

BANPU (Last Price 5.95 บาท YTD return +20.93%)

BANPU อนุมัติควบบริษัทกับ BPP กำหนดประชุมผู้ถือหุ้นร่วม 21 ก.ค.2569 แบบ E-Meeting วาระสำคัญได้แก่ อนุมัติชื่อบริษัทใหม่ ทุนจดทะเบียน และแต่งตั้งกรรมการ ตลาดหลักทรัพย์จะหยุดพักซื้อขาย BANPU 10 วันทำการระหว่าง 17 ก.ค.-3 ส.ค.2569 (ที่มา: ทันหุ้น)

TRUE (Last Price 13.8 บาท YTD return +22.12%)

กลยุทธ์หุ้นไตรมาส 2/69 แนะนำ TRUE เป็นหนึ่งในหุ้น High Pricing Power ที่คาดกำไรเติบโต YoY ได้ ท่ามกลางภาพรวม SET ที่ปรับขึ้นมากกว่า 20% YTD แล้ว โดยกลุ่ม ICT นำการเติบโตใน Q1/69 ขณะที่ Q2/69 คาดกำไรรวมชะลอตัว QoQ จากผลกระทบตะวันออกกลางและต้นทุนพลังงาน (ที่มา: ทันหุ้น)

CPALL (Last Price 46.5 บาท  YTD return +7.51% )CPALL ถูกแนะนำเป็นหุ้น High Pricing Power สำหรับไตรมาส 2/69 ที่คาดว่ากำไรยังเติบโต YoY ได้ โดยบริษัทจดทะเบียน 571 แห่งใน SET มีกำไรสุทธิ Q1/69 เพิ่มขึ้น 28.3% YoY และ 46.7% QoQ ขณะที่ Q2/69 คาดจะชะลอตัวจากต้นทุนพลังงานสูงและปัญหาการขนส่ง (ที่มา: ทันหุ้น)

GULF (Last Price 60.75 บาท YTD return +46.39%)  GULF เป็นหนึ่งในหุ้น High Pricing Power ที่ถูกแนะนำสำหรับไตรมาส 2/69 ท่ามกลางภาพรวมตลาด SET ที่ปรับขึ้นมากกว่า 20% YTD แล้ว โดยกลุ่ม PETRO พลิกกำไรใน Q1/69 ขณะที่ความเสี่ยงหลักใน Q2/69 มาจากผลกระทบสงครามตะวันออกกลางและต้นทุนพลังงานสูง (ที่มา: ทันหุ้น)

BAM (Last Price 6.4 บาท  YTD return -20.5%)  BAM ปฏิรูปองค์กรเพื่อเร่งปรับโครงสร้างหนี้และระบายทรัพย์สิน ตั้งเป้าเก็บเงินสด Q2 ที่ 4,000-5,000 ล้านบาท นำระบบ LOS มาจัดการลูกหนี้ NPL ใช้ Fair & Competitive Pricing ระบาย NPA เป้าผลเรียกเก็บทั้งปี 18,000 ล้านบาท คาดกำไรสุทธิ 2,000 ล้านบาท มุ่งลดต้นทุนการเงินต่ำกว่า 3% (ที่มา: ทันหุ้น)

HANA (Last Price 35.25 บาท YTD return +116.26%) ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 22 พ.ค.2569 ปิดที่ 1,538.67 จุด บวก 6.00 จุด หรือ +0.39% มูลค่าซื้อขายรวม 60,034 ล้านบาท หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์นำตลาด โดย HANA ปรับขึ้น 2.17% ตาม CCET ที่พุ่งแรง 17.78% และ KCE ปรับขึ้น 6.92% (ที่มา: ทันหุ้น)

DELTA (Last Price 332.0 บาท YTD return +78.98%) DELTA ปรับขึ้น 1.84% ในวันที่ 22 พ.ค.2569 ตามกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ที่นำตลาด โดยช่วงเช้า DELTA ปรับขึ้น 1.23% ท่ามกลางสถานการณ์ตะวันออกกลางมีทิศทางผ่อนคลาย กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์เป็นแรงหนุนสำคัญของดัชนีตลาดหุ้นไทยในวันดังกล่าว (ที่มา: ทันหุ้น)

Macro & Policy

  • ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ได้รับสัญญาณ Hawkish เพิ่มขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่มองว่าหากเงินเฟ้อยังสูงเกินเป้า 2% ต่อเนื่อง อาจจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยเพิ่ม CME FedWatch Tool ชี้ว่าตลาดให้น้ำหนักมากกว่า 50% ว่า Fed อาจขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% ในปี 2026 บอนด์ยีลด์ 10 ปีสหรัฐฯ ปรับขึ้นแตะ 4.60% และดัชนีดอลลาร์แข็งค่าที่ 99.4 ด้าน Citi ระบุว่าปัจจัย AI อาจหนุนเงินเฟ้อ แต่เปิดโอกาสให้ Fed ใช้นโยบายผ่อนคลาย Kevin Warsh ได้รับการสาบานตนเป็นประธาน Fed คนใหม่ โดยอาจนำ Fed ไปสู่บทบาทที่เล็กลงในตลาดวันต่อวัน

  • ความต้องการน้ำมันปาล์มในภาคพลังงานไทยเพิ่มขึ้นเป็น 100,000-110,000 ตันต่อเดือน จากเดิม 70,000-80,000 ตัน ขับเคลื่อนโดยนโยบายสนับสนุนไบโอดีเซล B20 ซึ่งมีรถยนต์กว่า 1,135 รุ่นรองรับแล้ว ด้านยุโรป ECB มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น หลังสงครามอิหร่านกดดันเงินเฟ้อยูโรโซน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ Berenberg เตือนการขึ้นดอกเบี้ยของ ECB เป็น “ความผิดพลาดครั้งใหญ่” เนื่องจากมีสัญญาณ Stagflation ในยุโรป ด้านพันธบัตรรัฐบาลญี่ปุ่น (JGB) เข้าใกล้จุดวิกฤตตาม Capital Economics หลังมีการขายออกหนัก

  • ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ (Michigan Consumer Sentiment) ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม 2026 โดยปัจจัยหลักมาจากราคาพลังงานสูงและความกังวลเงินเฟ้อจากสงครามอิหร่าน ขณะที่ Canada มีข้อมูลยอดค้าปลีกเดือนมีนาคมเติบโต 0.9% และคาดเติบโต 0.6% ในเดือนเมษายน ด้านการก่อสร้างที่อยู่อาศัยในเยอรมนีลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 13 ปี สะท้อนอุปสงค์ภาคอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนแอในยุโรป

Corporate & Earning

  • Nvidia รายงานรายได้ไตรมาส 1 ปีงบประมาณ 2027 สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 81.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 85% YoY โดยรายได้ Data Center อยู่ที่ 75.2 พันล้านดอลลาร์ บริษัทอนุมัติการซื้อหุ้นคืนเพิ่มเติม 80 พันล้านดอลลาร์ และปรับเงินปันผลเป็น 0.25 ดอลลาร์ต่อหุ้น อย่างไรก็ตาม หุ้น Nvidia ลดลง 1.6% หลังการประกาศผล เนื่องจาก Guidance ไม่ถึงระดับบนของประมาณการนักวิเคราะห์ และ CEO Jensen Huang ยอมรับว่ามาตรการควบคุมการส่งออกสหรัฐฯ ทำให้ Huawei ยึดตลาดชิปจีน โดย Nvidia คาดรายได้จากจีนเป็นศูนย์นับจากนี้

  • IBM หุ้นพุ่ง 8% หลังได้รับเงินทุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ ภายใต้ CHIPS Act โดยเงินดังกล่าว มุ่งเน้นการพัฒนา Quantum Computing สะท้อนความมุ่งมั่นของรัฐบาลสหรัฐฯ ในการผลักดันเทคโนโลยีควอนตัม Workday หุ้นปรับขึ้น 5% หลัง CEO ยืนยันความสำเร็จด้าน AI และปรับเพิ่มประมาณการ Margin โดยความแข็งแกร่งของธุรกิจ AI เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก Qualcomm หุ้นพุ่งขึ้นแรงหลังนักลงทุนเพิ่มความเชื่อมั่นว่าบริษัทจะมีบทบาทสำคัญในตลาด AI Device

  • Lenovo รายงานผลประกอบการสูงเป็นประวัติการณ์ หุ้นพุ่งกว่า 15% โดยรายได้ธุรกิจ AI เกือบเพิ่มขึ้นเท่าตัว สะท้อนการขยายตัวแข็งแกร่งของแพลตฟอร์ม AI ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ SoftBank Group เพิ่ม Market Cap กว่า 61 พันล้านดอลลาร์ใน 2 วัน หุ้นพุ่งต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ขับเคลื่อนโดยกระแสการลงทุนใน AI ที่แข็งแกร่ง Walmart หุ้นร่วง 7.6% หลังรายงานผลการดำเนินงานพร้อมคำเตือนเรื่องต้นทุนน้ำมัน กดดันกลุ่ม Consumer Discretionary ทั้งภาคส่วน

  • Uber กำลังพิจารณายื่นข้อเสนอซื้อกิจการ Delivery Hero ในราคาที่สูงขึ้น ตามรายงานของ Financial Times โดยการเจรจาเกิดขึ้นระหว่างสองบริษัทชั้นนำในธุรกิจ Food Delivery และโลจิสติกส์ นักวิเคราะห์ชี้ว่า ASML, Dell และ Nokia เป็น Top Picks ด้าน AI โดย Dell พุ่งแรง 16.77% และ Nokia ขึ้น 9.1% ด้าน IMAX อยู่ระหว่างการเจรจาเบื้องต้นผ่านตัวกลางเกี่ยวกับการขายกิจการ โดยยังไม่มีข้อเสนออย่างเป็นทางการ แต่นักวิเคราะห์วอลล์สตรีทมองว่า IMAX เป็นเป้าหมายการซื้อกิจการที่น่าสนใจ

Geopolitics & Risk

  • ทรัมป์ ประกาศว่าข้อตกลงกับอิหร่านในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซ “ได้รับการเจรจาส่วนใหญ่แล้ว” แต่ยังยืนยันว่าการปิดล้อมทางทะเลอิหร่านจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีการลงนาม Axios รายงานว่าข้อตกลงที่เสนอรวมถึงการเปิดช่องแคบในช่วงการหยุดยิง 60 วัน อย่างไรก็ตามอิหร่านและสหรัฐฯ ยังขัดแย้งกันในประเด็นยูเรเนียมเสริมสมรรถนะและค่าผ่านทางช่องแคบ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดิ่งกว่า 4% จากความหวังการเจรจา ก่อนดีดกลับเมื่อการเจรจาสะดุด ตลาดตะวันออกกลางส่วนใหญ่ปรับขึ้นตามความหวังดีลสันติภาพ

  • สหรัฐฯ ส่งทหารเพิ่มเติม 5,000 นายไปโปแลนด์ ทรัมป์ประกาศผ่าน Truth Social โดย NATO เตรียมใช้จ่ายด้านกลาโหมหลายร้อยพันล้านดอลลาร์ตาม Rutte และโปแลนด์เป็นประเทศที่ใช้จ่ายด้านกลาโหมสูงสุดใน NATO ด้านการเจรจาสหรัฐฯ-จีน มีสัญญาณว่ายังห่างไกลกันในประเด็นการค้า แม้จะมีการประชุม Trump-Xi ที่ปักกิ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทั้งสองฝ่ายแสดงจุดยืนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนในการประชุม APEC

- Advertisement -