บล.พาย:
BJC: Berli Jucker PCL
คาด MM หนุนกำไรไตรมาสละ 100 ล้านบาท
เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ที่มูลค่าพื้นฐาน 17.00 บาท แม้ว่าแนวโน้มการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ช่วงเดือนพ.ค. 2026 จะทรงตัว YoY แต่ดูดีขึ้นกว่าช่วงเดือน พ.ย. 2026 ที่ติดลบใกล้เคียง 1Q26 ที่ -3.3% เราคาดเห็นการปรับโครงสร้างธุรกิจปิดสาขาที่ไม่ทำกำไร และกำไรจาก MM Mega Market ราวไตรมาสละ 100 ล้านบาท เข้ามาหนุนผลประกอบการช่วงที่เหลือของปี 2026
สรุปประชุม 1Q26
-
ปี 2026 บริษัทคงเป้ายอดขายโต 4%-6% YoY แต่ปรับอัตรากำไรขั้นต้นลงมาทรงตัว YoY จากเดิมที่ +10 ถึง +20 bps YoY รับแรงกดดันด้านต้นทุนจากสงครามในตะวันออกกลาง บวกกับรับรู้รายได้โรงแก้วที่ต่างประเทศที่มีอัตรากำไรต่ำกว่า และ %SG&A ทรงตัว YoY
-
บริษัทคงแผนเปิด 2 สาขาใหญ่ในช่วง 2H26 และเปิด Mini BigC 200 สาขา ซึ่งจะเป็น Super CVS (New Mini BigC) 120 สาขา มีที่ดินเตรียมพร้อมแล้ว ที่ผ่านมา 1Q26 เปิดไป 2 สาขาได้รับกระแสตอบรับที่ดีจำนวนลูกค้าเข้าร้านเพิ่มขึ้น 20% New Mini เป็นสาขาที่มีขนาดใหญ่ขึ้น มีที่จอดรถ เพิ่มสินค้ากว่า 2,000 SKUs มีสินค้านำเข้า มีร้านกาแฟด้านใน ขณะที่มีแผนปิด 9 สาขาใหญ่ในปี2026 ซึ่งจะทำให้ EBIT ดีขึ้น 2% กระทบยอดขาย 0.7% และค่าเช่า 0.2% ปัจจุบัน ณ สิ้น 1Q26 ปิดไปแล้ว 2 สาขา และจะปิดอีก 1 สาขาใน 2Q26 และ 6 สาขาใน 3Q26 ทำให้ ณ สิ้นปี2026 จะมีสาขาใหญ่ทั้งสิ้น 203 สาขา
-
เริ่มรับรู้ผลประกอบการของ MM Mega Market ที่เวียดนามตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. 2026 โดยมียอดขายคิดเป็นราว 15% ของยอดขาย BigC และบริษัทคาดว่าจะรับรู้กำไรราวไตรมาสละ 100 ล้านบาท ปัจจุบัน SSSG ของ MM ช่วง QTD ของ 2Q26 +14% ในเงินสกุลดองและ +9% ในเงินสกุลบาท
กำไรธุรกิจ BigC ช่วง 1Q26 ลดลง YoY
-
ธุรกิจร้านค้าปลีกสมัยใหม่ (BigC) มีกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) 1.2 พันล้านบาท (-18%YoY, -3%QoQ) ใน 1Q26 ผลจากการเติบโตของยอดขายสาขาเดิม (SSSG) ที่ -3.3% YoY ใน 1Q26 ผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดน ไทย-กัมพูชา โดยมี BigC สาขาใหญ่ 208 สาขาใน 1Q26 เพิ่มขึ้นจาก 207 สาขาใน 1Q25 และ Mini Big 1,527 สาขาใน 1Q26 ลดลงจาก 1,629 สาขาใน 1Q25 อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 12 bps YoY เป็น 18.3% ใน 1Q26 จาก 18.2% ใน 1Q25 จาก Product mix ที่ดีขึ้น ขณะที่อัตราการเช่าพื้นที่ของศูนย์การค้าปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 92.3% ใน 1Q26 จาก 91.4% ใน 1Q25 ภาพรวมความสามารถในการทำกำไรลดลง YoY มี EBIT margin 5.0% ใน 1Q26 ลดลงจาก 5.8% ใน 1Q25 ตามยอดขายสาขาเดิมที่ลดลง
-
ธุรกิจอื่นๆ มี EBIT ปรับตัวดีขึ้น อาทิ ธุรกิจบรรจุภัณฑ์มี EBIT 953 ล้านบาท (+6%YoY) ใน 1Q26 หนุนจากรายได้บรรจุภัณฑ์ที่ 6.5 พันล้านบาท (+15%YoY) จากยอดขายบรรจุภัณฑ์แก้วที่เพิ่มขึ้น 9% YoY จากการรวมโรงแก้วในมาเลเซียและเวียดนาม ขณะที่ในไทยยังคงทรงตัว YoY บวกกับรายได้ธุรกิจบรรจุภัณฑ์กระป๋องที่โต 21% YoY จากการขยายฐานลูกค้ารวมถึงราคาขายที่สูงขึ้นตามราคาวัตถุดิบ ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจบรรจุภัณฑ์ลดลง 96 bps YoY ที่ 21.6% ใน 1Q26 จากกลยุทธ์การขยายตลาดในกลุ่มกระป๋อง และสัดส่วนรายได้ที่เปลี่ยนแปลงหลังรวมโรงแก้วมาเลเซีย, ธุรกิจเวชภัณฑ์และเทคนิคมี EBIT 411 ล้านบาท (+163%YoY) ใน 1Q26 หนุนจากสัดส่วนรายได้จากยาที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคมี EBIT 487 ล้านบาท (-2%YoY) ใน 1Q26 ผลจากค่าใช้จ่ายโฆษณาและส่งเสริมการขาย (A&P) ที่เพิ่มขึ้น YoY
คำแนะนำ “ซื้อ” แนวโน้มกลับมาสดใส
มูลค่าพื้นฐาน 17.00 บาท คำนวณด้วยวิธี PE Multiple ที่ 16xPE’26E ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยกลุ่มพาณิชย์ไทย








