บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

Thai Airways International (THAI.BK/THAI TB)

กำไร 2Q69F จะอ่อนตัวลง

Event 

ประชุมนักวิเคราะห์  

Impact 

สรุปประเด็นสำคัญจากการประชุมชี้แจงผลประกอบการ 1Q69 

หลังประชุมชี้แจงงบ 1Q69 ของบริษัท (22 พ.ค. 69) เรามีมุมมองเชิงลบมากขึ้นต่อแนวโน้มระยะสั้นเพราะ 2Q-3Q เป็นช่วงนอกฤดูท่องเที่ยว โดย THAI ได้รายงานกำไรสุทธิ 1Q69 ที่ 1.01 หมื่นล้านบาท (+2.7% YoY และ +110.3% QoQ) กับกำไรปกติที่ 9.04 พันล้านบาท (-11.4% YoY แต่ +32.9% QoQ) คิดเป็น 50% ของประมาณการกำไรปี 2569F ใหม่ของเราที่ 1.99 หมื่นล้านบาท (-35.6% YoY)  

ประเด็นสำคัญๆ จากการประชุม ได้แก่: 

i) การขยายฝูงบิน (Fleet expansion): THAI คาดว่าจำนวนเครื่องบินจะเพิ่มจาก 80 ลำเป็น 102 ลำภายในปลายปี 2569 โดยที่ฝูงบินดังกล่าวจะมีสัดส่วนเครื่องบินลำตัวแคบ (narrow-body aircraft) มากขึ้น (เทียบกับฝูงบิน 103 ลำในปี 2562) 

ii) แนวโน้มค่าโดยสารเฉลี่ย ในช่วง 2Q69 ค่าโดยสารเฉลี่ยยังคงผันผวนต่อเนื่องแต่ THAI ได้บริหารจัดการอย่างใกล้ชิดเพื่อให้ครอบคลุมต้นทุนการดำเนินงานได้ทั้งหมด แม้ต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลกระทบต่อทั้งอุตสาหกรรมการบิน แต่ THAI ไม่มีปัญหาสภาพคล่องทางการเงินและจะไม่ทำสงครามราคา โดยที่อุปสงค์การเดินทางของกลุ่มนักธุรกิจยังคงแข็งแกร่ง ขณะที่การเดินทางเพื่อการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัว โดยรวมแล้ว ยอดจองล่วงหน้าดีขึ้นต่อเนื่อง 

iii) กลยุทธ์การป้องกันความเสี่ยง (Hedging Strategy) ค่าธรรมเนียมเชื้อเพลิงของสายการบิน (Fuel surcharge) ถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญของประสิทธิภาพสายการบิน ปัจจุบัน THAI ทำการ hedge ต้นทุนเชื้อเพลิงไว้ 50% (นโยบายกำหนดเพดานไว้สูงสุด 60%) อีกทั้งส่วนต่างราคา (crack spread) ระหว่าง Jet fuel และ crude oil เริ่มแคบลงจากช่วงก่อนหน้า ซึ่งจะทำให้สัดส่วนการ hedge ลดลง  

ปรับประมาณการกำไรปี 2569F และ 2570F 

หลังผ่านช่วงที่กำไร 1Q69 แข็งแกร่งไปแล้ว เราคาดว่ากำไรของบริษัทจะผันผวนและมีโอกาสขาดทุนใน 2Q69 จากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ผันผวนสูงและความไม่แน่นอนทางธุรกิจ อีกทั้งการฟื้นตัวของธุรกิจในปี 2569 จะยังจำกัดจนกว่าจะเข้าสู่ช่วง high season ใน 4Q ดังนั้น เราจึงปรับลดสมมติฐาน gross margin ลงเหลือ 39.3% (จาก 45.8%) ในปี 2569F และ 40.8% (จาก 46.1%) ในปี 2570F) และปรับลดจำนวน ผู้โดยสารลง (เป็น 15.5 ล้านคน (จาก 18.5 ล้านคน) ในปี 2569F และ 16.1 ล้านคน (จาก 19.8 ล้านคน) ในปี 2570F) เพื่อสะท้อนสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2569F ลง 36.3% เหลือ 1.99 หมื่นล้านบาท (-35.6% YoY) และปี 2570F ลง 33.7% ที่ 2.18 หมื่นล้านบาท (+9.2% YoY)

Valuation & Action 

ปัจจุบัน เราคาดว่าผลกระทบเชิงลบจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะกดดันความสามารถในการทำกำไรของบริษัทช่วงปี 2569-2570F แต่อย่างไรก็ดี คาดว่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวได้ในปี 2570F ดังนั้น เราจึงยังคงคำแนะนำ “ถือ” THAI ขณะเดียวกัน เราปรับ valuation ไปใช้ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2570F โดยลดลงที่ 6.50 บาท อิงจาก EV/EBITDA ที่ 6.4x (+2.0 S.D.) จากเดิม 7.10 บาท (อิงปี 2569F)  

Risks 

การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ความขัดแย้งระดับโลก และ เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

- Advertisement -