บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
SYNEX (Thailand) PCL (SYNEX.BK/SYNEX TB)
คาดว่าจะดีขึ้นในระยะต่อไป
Event
ประชุมนักวิเคราะห์
Impact
สถานการณ์อุปทานที่ตึงตัวจะยังคงกระทบยอดขายต่อเนื่องในไตรมาสที่สอง
สินค้ากลุ่ม Apple (32% ของยอดขายรวม) และ กลุ่มผู้บริโภค (24% ของยอดขายรวม) ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุปทานที่ตึงตัวในไตรมาสแรก (อุปทาน iPhone ขาดแคลน และ อุปสงค์ IT ลดลงเพราะราคาเพิ่มขึ้น) น่าจะยังคงได้รับผลกระทบในส่วนนี้ต่อไปในไตรมาสที่สอง อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ายอดขายของกลุ่มองค์กร (8% ของยอดขายรวม) และ กลุ่มพาณิชย์ (18% ของยอดขายรวม) จะดีเพราะกระแส AI และ โครงการของรัฐบาล แต่เมื่อประกอบกับยอดขายที่มักจะต่ำในไตรมาสที่สอง เราคาดว่ายอดขายจะไม่น่าสนใจใน 2Q69F อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นน่าจะดีเหมือนใน 1Q69 เพราะมีสัดส่วนสินค้าที่ margin สูงมากขึ้น โดยสรุปแล้ว กำไรจากธุรกิจหลักใน 2Q69F น่าจะดีขึ้น YoY แต่ทรงตัว QoQ เพราะยอดขายที่ไม่น่าสนใจอาจจะหักล้างกันไปกับอัตรากำไรที่ดีขึ้น
คาดว่าจะดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้
ผู้บริหารคาดว่ายอดขายน่าจะดีขึ้นในครึ่งหลังของปีนี้ เนื่องจาก i) กำลังเข้าสู่ช่วง high season ของการออก smartphone รุ่นใหม่ โดยเฉพาะ iPhone และ ii) คาดว่าสถานการณ์อุปทานตึงตัวจะกลับเข้าสู่ปกติ ซึ่งหมายความว่าอุปสงค์ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า IT ในกลุ่มผู้บริโภคน่าจะกลับมา ในขณะที่คาดว่าอุปสงค์ของกลุ่มพาณิชย์ และ องค์กรจะเติบโตตามกระแส AI ดังนั้น บริษัทจึงยังคงเป้ายอดขายปี 2569 เอาไว้ที่ 10% YoY (เราใช้สมมติฐานยอดขายปี 2569F ที่ 5% YoY) และ เป้าอัตรากำไรขั้นต้นที่ 4 % (เราใช้สมมติฐานที่ 3.8%)
คงประมาณการกำไรปี 2569 เอาไว้เท่าเดิม
เรามองว่ายังมีความท้าทายอยู่บ้างในการที่บริษัทจะทำยอดขายให้โตตามเป้าที่ 10% YoY หลังจากที่ยอดขายโตเพียง 2% YoY ใน 1Q69 ถึงแม้ว่ากลุ่มองค์กร และ พาณิชย์จะเติบโตอย่างน่าประทับใจถึง 18% และ 54% YoY แต่สัดส่วนยอดขายรวมของสองกลุ่มนี้อยู่ที่ 26% ซึ่งยังต่ำกว่าอีกสองกลุ่มที่เป็นตัวฉุดซึ่งมีสัดส่วนยอดขายถึง 42% (Appple และ ผู้บริโภค) อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นที่มีแนวโน้มจะสูงจาก product mix และ การคุมต้นทุนของบริษัทน่าจะช่วยชดเชยยอดขายที่อ่อนแอไปได้บางส่วน เรายังคงประมาณการกำไรปี 2569 เอาไว้เท่าเดิม และ คาดว่าผลประกอบการของ SYNEX น่าจะดีขึ้น QoQ ในช่วงที่เหลือของปีนี้
Valuation & action
เรายังคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2569 ไว้ที่ 11.00 บาท (PER ที่ 13.0x เท่ากับค่าเฉลี่ยในอดีต -1.0 S.D.) ทั้งนี้ เนื่องจากเราใช้สมมติฐานยอดขาย และ อัตรากำไรขั้นต้นที่อนุรักษ์นิยมมากกว่าเป้าของบริษัท, ประมาณการกำไรปีนี้ของเรามี downside จำกัดหลังจากที่กำไรจากธุรกิจหลักใน 1Q69 คิดเป็น 25% ของประมาณการกำไรเต็มปี, มีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 6% ช่วยรองรับ และ ราคาหุ้นยังเหลือ upside อีก 20% เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” SYNEX
Risks
ภาวะการแข่งขัน และ อัตรากำไรลดลง, ความเสี่ยงจากการที่คู่ค้าปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ, การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี, อัตราแลกเปลี่ยน, ความเสี่ยงจากการที่ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น







