บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):

STECON Group (STECON.BK/STECON TB)*

ได้ผลดีจากวัฏจักรขาขึ้นรอบใหม่ในการลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐ

Event 

อัปเดตข้อมูลธุรกิจหลังประชุมนักวิเคราะห์ครั้งล่าสุด  

Impact 

เป็นไปได้สูงที่จะได้งานประมูลจากโครงการทั้งภาครัฐและภาคเอกชน 

ประเทศไทยทำสถิติยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนที่สูงใหม่ หลักๆ จากเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่มากกว่า 1 ล้านลบ.ต่อปี ตั้งแต่ปี 2567 จนถึงต้นปี 2569 นำโดยกลุ่มดิจิทัล (หลักๆ จาก data center และธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับ data center), อิเล็กทรอนิกส์, เซมิคอนดักเตอร์, ยานยนต์ไฟฟ้าและอื่นๆ ขณะที่ ข้อมูลจากสมาคม Thai Data Center Association คาดว่า capacity ของ data center ในไทยจะเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าในอีกสามปีข้างหน้า (เพิ่มจากราว 350MW ปี 2567 ขึ้นที่ 1 GW ก่อนปี 2570 ด้วยมูลค่าการลงทุนราว US$6.5พันล้าน เพื่อรองรับเทรนด์ที่เติบโตรวดเร็วนี้ STECON ได้จัดตั้งหน่วยธุรกิจใหม่เพื่อก่อสร้าง data center, ร่วมลงทุน (co-invest) ในโครงการ data center ที่มีศักยภาพสูง รวมถึงให้บริการโซลูชันครบวงจรและระบบนิเวศ (eco-system) เพื่อ data centers แห่งใหม่ ปัจจุบัน STECON มีโครงการ data center อยู่ระหว่างก่อสร้าง 4 แห่ง รวมมูลค่า 1.55 หมื่นลบ. และมีแผนจะประมูลเพิ่มอีก 3 แห่ง มูลค่า 2.25 หมื่นลบ. โดยที่มูลค่าโครงการภาคเอกชนที่รอประมูลเพิ่มจาก 37% จาก 5.37 หมื่นลบ. ณ สิ้นปี 2568 ขึ้นเป็น 7.35 หมื่นลบ. ณ สิ้น 1Q69 ส่วนการประมูลโครงการภาครัฐที่กำลังจะเกิดขึ้น (มอเตอร์เวย์ สาย M9 และ M5 รวมถึงทางพิเศษสายกระทู้-ป่าตอง) มูลค่ากว่า 1 แสนลบ. น่าจะเป็นรูปแบบ PPP ซึ่งทั้ง STECON และ CK Group (CK.BK/CK TB)* สามารถพัฒนาร่วมกันได้ 

ผู้บริหารยืนยัน guidance ทั้งปีนี้ตามเดิม 

STECON ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ที่ 3.5 หมื่นลบ. (1Q69 ทำได้ 21%) กับ gross margin ที่ 7% (1Q69 ที่ 7.8%) และตั้งเป้า backlog ใหม่ที่ 5 หมื่นลบ. (1Q69 ทำได้ 14%) ขณะนี้มี backlog ที่ 1.23 แสนลบ. (รวมโครงการอู่ตะเภา 2.7 หมื่นลบ.) ซึ่งพอที่จะรับรู้เป็นรายได้ในอีก 3 ปีหน้า ส่วนธุรกิจใหม่ๆ ใน pipeline คือ data center 2 ดีล, พลังงานหมุนเวียน 2 ดีล และดีลโลจิสติกส์กับธุรกิจใหม่(ventures) อย่างละ 1 ดีล 

ปรับลดประมาณการกำไรปี 2569F-70F 

เพื่อสะท้อนถึงคชจ. ดำเนินงานที่อาจสูงขึ้นจากราคาพลังงานและวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น เราปรับลด gross margin ลงที่ 7% (จาก 7.2%) และปรับเพิ่มสัดส่วน SG&A/revenue ขึ้นที่ 3.8% (จาก 3.3%) ทำให้กำไรปี 2569F ใหม่ของเราลดลง 12% ที่ 1.64 พันลบ. (-16% YoY) โดยที่เราคาดกำไร 2Q69F จะเป็นจุดพีคของปีหนุนจากเงินปันผลรับจาก Gulf Dev (GULF.BK/GULF TB)* สูงเป็นพิเศษที่ 3.25 บาท/หุ้น (ราว 736 ลบ.) ส่วนปี 2570F คาดว่ากำไรจะกลับปกติที่ 1.3 พันลบ. (-20% YoY) บนสมมติฐานที่เงินปันผลรับจาก GULF เป็นปกติที่ 264 ลบ. (DPS: 1.20 บาท) และไม่มีกำไรพิเศษอื่นๆ เพิ่ม  

Valuation & Action 

เรามองวัฏจักรขาขึ้นรอบใหม่ของการลงทุนภาคเอกชนและภาครัฐเชิงบวก เราจึงปรับเพิ่มคำแนะนำ STECON ขึ้นเป็น “ซื้อ” (จากถือ) และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นใหม่ที่ 16.40 บาท (อิงกำไรหลักบน ค่าเฉลี่ย PE ที่ 20x) เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 13 บาท (PE ที่ 16x (-0.5SD)) 

Risks 

ความรวดเร็วในอัตราการเติบโตของ GDP ความล่าช้าจากการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีและการเริ่มดำเนินการโครงการใหม่ ๆ การแก้ไขสัญญาต่าง ๆ การปรับเปลี่ยนฎระเบียบต่าง ๆ การพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย และการปรับเพิ่มขึ้นของค่าแรงงานขั้นต่ำ 

- Advertisement -