ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้ ( รักพงศ์ ไชยศุภรากุล เลขทะเบียนฯ: 19838)

ไซด์เวย์ / บวกกรอบแคบ… จิตวิทยากลุ่มเทคฯ ยังแกร่ง

เมื่อวานนี้ ตลาดหุ้นไทยปรับขึ้นแต่ไม่แรง (ตามคาด)… ดัชนีฯ ปิดบวก 0.20% เนื่องจาก i) ยังคงมีแรงหนุนจากหุ้น DELTA* (+1.50%) ตามกระแสของอุตสาหกรรมเอไอ และดาต้าเซ็นเตอร์ที่ยังแรงทั่วโลก โดย DELTA* หนุนดัชนีฯ ไป 4.90 จุด ii) มีแรงซื้อหมุนเข้ากลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งสอดคล้องกับที่ทีมกลยุทธ์ฯ ประเมินว่าตลาดจะเริ่มเล่นธีมการลงทุนภายในประเทศ หลังจากรัฐบาลประกาศมาตรการกระตุ้นการบริโภคออกมาแล้ว

ฝ่ายวิจัยฯ ประเมิน SET Index วันพุธ ไซด์เวย์ / บวกกรอบแคบๆ… ปัจจัยการลงทุนวันนี้ ได้แก่ i) จิตวิทยาของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยียังแข็งแกร่งต่อเนื่อง หลังจากหุ้น Micron Technology แรลลี่เมื่อคืนนี้ตามการปรับเพิ่มราคาเป้าหมายขึ้นมากกว่า 3 เท่า จากโบรกเกอร์ใหญ่เจ้าหนึ่ง ส่งผลให้หุ้นที่ธุรกิจคล้ายกันในตลาดเอเชียเช้านี้ พุ่งแรงเช่นกัน ii) ประเด็นสหรัฐฯ – อิหร่าน ไม่ดีเท่าเมื่อวานนี้ หลังจากสหรัฐฯ โจมตีฐานยิงจรวดของอิหร่าน และอิหร่านตอบโต้โดยการยิงโดรนสหรัฐฯ ตก 1 ลำ… ตลาดน่าจะกลับมากังวลบ้างถึงความยืดเยื้อของการเจรจา

ด้านปัจจัยภายในประเทศ… ตลาดน่าจะรับรู้มาตรการ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ไปมากแล้ว หลังจากมีการลงทะเบียนมาตรการฯ ใกล้เสร็จสิ้น ขณะที่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา เริ่มเห็น consensus ปรับเพิ่มคาดการณ์ส่งออกปี 2569 ขึ้น… ทั้งนี้ เราคงมุมมองว่าธีมการลงทุนมีความน่าสนใจมากกว่าธีมอื่น เนื่องจากภาครัฐฯ น่าจะทยอยออกมาตรการหนุนการลงทุนทั้งในประเทศและ FDIs

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน ( สุโชติ ถิรวรรณรัตน์ เลขทะเบียนฯ: 28668)

เก็งกำไร DITTO, MINT, STECON

DITTO (เป้า Consensus 16 บาท) 1) ประเมินราคาหุ้นเริ่ม Rebound มีโอกาสทดสอบค่าเฉลี่ย 200 วัน ประเมินแนวรับ 10.4 บาท / แนวต้าน 11.0 – 11.4 บาท กรณี Rebound ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/-12.0 บาท (Stop loss 10.1 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากการเตรียมออก Blu Green Token DITTO เตรียมออก Investment Token อ้างอิงคาร์บอนเครดิตที่จะได้จากการปลูกป่าชายเลน 1.7 หมื่นไร่ (10% ของสิทธิที่ DITTO มี) โดยจะเป็น Benchmark ราคาคาร์บอนเครดิตให้กับธุรกิจปลูกป่าชายเลนบนสิทธิกว่า 1.7 แสนไร่ และ Sentiment บวกจากการเร่ง พ.ร.บ. โลกร้อนภายในปีหน้า 3) Valuation ยังไม่แพง Forward PE 10.3 เท่า Dividend yield 5%

MINT (เป้าพื้นฐาน 28.5 บาท)* 1) ประเมินราคาหุ้นเริ่มฟื้นตัว มีโอกาสทดสอบค่าเฉลี่ย 200 วัน ประเมินแนวรับ 21.9 บาท / แนวต้าน 22.5 – 23.0 บาท กรณี Break ผ่านกรอบแนวต้านนี้ได้ประเมินแนวต้านถัดไป +/-24 บาท (Stop loss 21.6 บาท) 2) ประเมินแนวโน้มกำไร 2Q69 โต YoY QoQ ราคาหุ้นที่พักฐานสะท้อนความกังวลความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง อย่างไรก็ดี สถานการณ์ล่าสุดเริ่มผ่อนคลาย รวมทั้งยอดจองโรงแรมในยุโรปสำหรับ 2Q69 ยังแข็งแกร่ง (รายได้หลัก >70% ของ MINT*) 3) Valuation ไม่แพง PBV 1.37 เท่า ต่ำสุดตั้งแต่วิกฤตโควิด-19 และ Dividend yield 3.3%

STECON (เป้าพื้นฐาน 16.4 บาท)* 1) ประเมินราคาหุ้นพักในกรอบ Sideway up แนะนำ “ซื้อเก็งกำไรแนวรับ” ประเมินแนวรับ 13.9 บาท และ 13.6 บาท / แนวต้าน 14.6 บาท กรณี Break ผ่านแนวต้านจุดสูงเดิมนี้ได้ ประเมินแนวต้านถัดไป +/- 15.8 บาท (Stop loss 13 บาท) 2) ประเมิน Sentiment บวกจากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ของไทย เราประเมินการเร่งประมูลงานภาครัฐฯ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้ + การเร่งลงทุนภาคเอกชน โดยเฉพาะการลงทุน Data center จะเป็นปัจจัยหนุน Backlog ของ STECON* ใน 1-2 ปีนี้ นอกจากนี้คาดแนวโน้มกำไร 2Q69 จะเด่นได้ปันผล GULF* 3) Valuation ยังมี Upside Forward PE +/-13 เท่า (-0.5 SD)

หุ้นมีข่าว

(+) CLICX ชิงธงเงินดิจิทัล! ปูพรมสินเชื่อ 40 ล้านราย ต่อยอดการเติบโต-เสริมแกร่งธุรกิจ KTB ระยะยาว (ข่าวหุ้น) วันนี้ (27 พ.ค.) “แบงก์กรุงไทย” (KTB*) ผนึก ADVANC* และ OR* เปิดตัว “CLICX” (เวอร์ชวลแบงก์) หรือ “ธนาคารไร้สาขา” แห่งแรกของไทย เดินหน้าชิงตลาดการเงินดิจิทัล เจาะลูกค้ารายย่อย-เอสเอ็มอีที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ ผ่านฐานลูกค้ากว่า 40 ล้านราย ทั้งจากแอปเป๋าตัง และจากกลุ่มพันธมิตร ด้าน บล.กรุงศรี และ CGSI มองระยะแรกต้นทุนสูงจากลงทุนระบบเทคโนโลยี ระบบบริหารความเสี่ยง และมีความเสี่ยงด้าน NPL แต่เชื่อช่วยต่อยอดการเติบโต และเสริมแกร่งธุรกิจ KTB* ได้ในระยะยาว

(+) DITTO ขายโทเคน 480 ล้าน คุ้มครองเงินต้นจ่ายดอก 3% (ข่าวหุ้น) “ดิทโต้” ปลุกเกม “บลูคาร์บอน” สะเทือนตลาดทุนไทย เตรียมเปิดขาย “Blu Green Token” ภายในไตรมาส 3 ปี 69 ครั้งแรกในประเทศ มูลค่า 480 ล้านบาท ชูคาร์บอนเครดิตป่าชายเลน 4 แสนตัน หนุนหลังคืนเงินต้นครบพร้อมผลตอบแทนขั้นต่ำ 3% ต่อปีแบบทบต้น หลังครบอายุ 7 ปี ดันธุรกิจเข้าสู่ New S-Curve เต็มสปีด ชูป่าชายเลน 1.7 แสนไร่ปั้นคาร์บอนเครดิต ภาครัฐมั่นใจ พ.ร.บ.โลกร้อน บังคับใช้ปี 70 ดันไทยสู่ฮับคาร์บอนเครดิต

(+) GGC-VGI ล้างขาดทุน ปลดล็อกรีเทิร์นปันผล (ข่าวหุ้น) GGC ลุยล้างขาดทุนสะสม ลดพาร์ ปลดล็อกจ่ายปันผล ด้าน VGI ไม่ยอมน้อยหน้า เคลียร์ขาดทุนสะสมเกลี้ยงพอร์ต พร้อมอัดเกมรุกสื่อดิจิทัลเต็มสูบ “วีจีไอ” เดินเกมจับมือ PLANB ดันแพ็กเกจสื่อครบวงจร ขณะที่ Rabbit Ecosystem เริ่มแตกไลน์ทำเงินทั้ง AI-ฟินเทค-ค้าปลีก ดันรายได้ปีนี้โตต่อเนื่อง จับตา 2 หุ้น “ปันผล-หุ้นเทิร์นอะราวด์” รอบใหม่

(+) SIRI* แสนสิริ-เอสซีบีเวลท์ ดันบ้านหรูสู่ ‘ไพรเวทแบงกิ้ง’ เจาะกลุ่มมั่งคั่ง (กรุงเทพธุรกิจ) “แสนสิริ” จับมือ SCB WEALTH ผนึกจุดแข็ง 2 กลุ่มธุรกิจ ทั้งที่อยู่อาศัย การบริการการเงิน การลงทุน เจาะกลุ่มลูกค้า Ultra-High-NetWorth รับพฤติกรรมใหม่ มองสินทรัพย์อยู่อาศัย เครื่องมือสร้างและส่งต่อความมั่งคั่ง

(+) TIPH ดันบ.ลูกส่งยาเวชภัณฑ์ รองรับบริการสุขภาพดิจิทัล (ทันหุ้น) TIPH ส่งบริษัทลูก DP Survey รับงานบริหารจัดการยาและบริการทางการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ผนึก “สยามฟาร์มาซี” และ “กิจมีชัย เฮลท์” ลงนาม MOU เดินหน้าพัฒนาระบบบริหารจัดการยา ยกระดับบริการสุขภาพดิจิทัล

หุ้นที่เคยแนะนำก่อนหน้า

  • GUNKUL* (เป้าพื้นฐาน 3.54 บาท) แนะนำ “Let profit run” (Trailing stop 3.42 บาท)

  • WHA* (เป้าพื้นฐาน 5.4 บาท) แนวรับ 4.94 บาท / แนวต้าน 5.1 – 5.2 บาท (Trailing stop 4.94 บาท)

  • AURA (เป้า Consensus 18.6 บาท) แนวรับ 14.6 บาท / แนวต้าน 15.2 – 15.7 บาท (Stop loss 14.1 บาท)

  • KTB* (เป้าพื้นฐาน 37 บาท) แนวรับ 34.75 บาท / แนวต้าน 36 – 38 บาท (Stop loss 34 บาท)

  • CPN* (เป้าพื้นฐาน 75 บาท) แนวรับ 65.25 บาท / แนวต้าน 66.5 – 67.25 บาท (Stop loss 64 บาท)

  • MRDIYT (เป้าพื้นฐาน 9.7 บาท) แนวรับ 9.05 บาท / แนวต้าน 9.3 – 9.6 บาท (Stop loss 8.9 บาท)

  • BBL* (เป้าพื้นฐาน 190 บาท) แนวรับ 171.5 บาท / แนวต้าน 176.5 – 181 บาท (Stop loss 168 บาท)

  • BJC* (เป้า Consensus 16.56 บาท) แนวรับ 14.2 บาท / แนวต้าน 14.6 – 14.8 บาท (Stop loss 13.8 บาท)

  • GULF* (เป้าพื้นฐาน 70 บาท) แนวรับ 61.25 บาท / แนวต้าน 62.75 – 64.25 บาท (Stop loss 59.75 บาท)

Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้

  • ORI แนะนำ “ขาย” เป้าพื้นฐาน 1.45 บาท ฝ่ายวิจัยฯ ปรับลดประมาณการฯลงหลังจากผลการดำเนินงาน 1Q69 ที่อ่อนแอเกินคาด ปละภาพรวมอุตสาหกรรมอสังหาฯที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด นอกจากนี้ภาระหนี้จำนวนมาก ทำให้ ORI จำเป็นต้องหาทางเร่งขายสินทรัพย์เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ฝ่ายวิจัยฯปรับลดราคาเป้าหมายลงเป็น 1.45 บาท (เดิม 2.42 บาท) ปรับลดคำแนะนำลงเป็น “ขาย” (เดิม “ซื้อ”)

หมายเหตุ: 1. *บริษัทอาจเป็นผู้ออกใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์บนหลักทรัพย์นี้ / 2. เป้าพื้นฐาน หมายถึง ราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐาน (Forecasted 12M Target price) ที่อ้างอิงจากบทวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานฉบับล่าสุดของฝ่ายวิจัยฯ / 3. เป้า Consensus หมายถึง ค่าเฉลี่ยของราคาเป้าหมายเชิงพื้นฐานที่จัดทำโดย Bloomberg consensus หรือ IAA Consensus

- Advertisement -