บล.เอเซีย พลัส:
BCPG อนุมัติขายหุ้นโรงไฟฟ้า 2 แห่งใน USA คาดดีลแล้วเสร็จ 3Q69 (Buy)
Flash Points
-
เมื่อวันที่ 28 พ.ค. BCPG มีมติอนุมัติขายหุ้นทั้งหมด 25% ในโรงไฟฟ้าก๊าซฯที่สหรัฐฯ 2 แห่ง ได้แก่ Liberty (212 MWe) และ Patriot (214 MWe) ให้แก่กลุ่ม Vistra หลังผู้ถือหุ้นเสียงข้างมาก 75% ใช้สิทธิบังคับร่วมขาย ส่งผลให้ BCPG จำเป็นต้องเข้าร่วมขายหุ้นทั้งหมดภายใต้สัญญา โดยคาดดีลแล้วเสร็จใน 3Q69 (จัดประชุม EGM 7 ก.ค. 2569)
-
BCPG จะได้รับเงินสดจากการขายโครงการราว 1.15 หมื่นล้านบาท ซึ่งหากนับรวมปันผลที่ได้รับระหว่างทาง 2.3 พันล้านบาท จะส่งผลให้มีผลตอบแทนรวมราว 1.4 หมื่นล้านบาท คิดเป็นผลตอบแทนสะสม (MOIC) 1.6 เท่า ของเงินลงทุนเริ่มแรกที่ 8.9 พันล้านบาท และเตรียมบันทึกกำไรพิเศษหลังหักภาษีคาดอยู่ราว 1.7 พันล้านบาท ในงวด 3Q69
-
BCPG จะเหลือกำลังการผลิตในสหรัฐฯ อีก 2 โครงการ รวม 431.3 MWe (เดิม 857.3 MWe) และมีกำลังการผลิตรวมในพอร์ตลดลง 28.9% จากเดิม มาอยู่ที่ 1,049.8 MWe
Impact Insight
-
ในปี 2568 และงวด 1Q69 โครงการดังกล่าวสร้างผลตอบแทนให้แก่ BCPG ที่ 613 ล้านบาท และ 316 ล้านบาท คิดเป็น 34% และ 50% ของกำไรปกติ ตามลำดับ ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าคิดลดกระแสเงินสดปัจจุบันกรณีถือสินทรัพย์ต่อจนครบอายุชัยวิศวกรรม (กำหนดสมมติฐาน 35 ปี นับจาก COD เมื่อปี 2559) จะอยู่ที่ราว 8.7 พันล้านบาท ดังนั้นการจำหน่ายที่ราคา 1.15 หมื่นล้านบาท จึงถือเป็นการสร้างส่วน Net Value Premium ได้ดีกว่าราว 33% แต่อย่างไรก็ตาม มองว่าระยะถัดไป BCPG จะเผชิญกับความท้าทายจากการหาโครงการใหม่ๆที่ให้ผลตอบแทนที่สูงเท่าโครงการเดิม เพื่อมาช่วยชดเชยกับส่วนแบ่งกำไรที่หายไปราว 30 – 40% ของกำไรปกติในปี 2570 เป็นต้นไป
-
ฝ่ายวิจัยได้ปรับลดกำไรปกติปี 2569 – 2570 ลง 8.8% และ 32.3% มาอยู่ที่ 1.7 และ 1.4 พันล้านบาท ตามลำดับ ขณะเดียวกันปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2569 ขึ้น 84.5% จากเดิมมาอยู่ที่ 3.4 พันล้านบาท เพื่อสะท้อนการถอดโครงการ Liberty และ Patriot ออกจากประมาณการ และรับรู้กำไรพิเศษจากการขายโครงการฯ เข้ามาแทน
Execution
-
เบื้องต้นยังคง FV ปี 2569 ไว้ที่ 10.8 บาท/หุ้น สะท้อนดีลขายโครงการที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่จะถูกปรับลดลงมาอยู่ราว 8.0 บาท/หุ้น เมื่อขยับไปใช้ FV ปี 2570 จากกำไรที่หายไปหากไม่มีโครงการใหม่เข้าทดแทน ระยะยาวมองความน่าสนใจจากการได้ประโยชน์ธีม AI และ Data Center ตามสัดส่วนการลงทุนในสหรัฐฯที่ลดลง จึงเน้นเพียงหาจังหวะเข้าเก็งกำไรตามรอบผลประกอบการที่คาดเข้าสู่ช่วง peak ในงวด 3Q69 เป็นหลัก







