เหตุเกิดจากเฮลิคอปเตอร์โดนสอย / 1,570–1,590

คาด SET Index ปรับตัวลง: แรงกดดันจากความกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯถูกยิงตกโดยอิหร่าน และสหรัฐฯเผยว่าจะมีการตอบโต้ ประกอบกับคาดนักลงทุนอาจลดสถานะเสี่ยงก่อนการเผย CPI สหรัฐฯ หากแต่ ยังพอมี แรงพยุงจากความหวัง TISA และความร่วมมือกับเวียดนาม

กลยุทธ์การลงทุน

1) หวังยกระดับความร่วมมือไทย-เวียดนาม: AMATA, BBL, CPF, CPN, CRC, GULF, KBANK, SCC, SCCC, WHA

2) ไทยช่วยไทย: AEONTS, BEM, CPALL, ERW, KTB, KTC, SCB, TIDLOR, TNP, TRUE

3) Outlook ดีใน 2Q69: OR, OSP, SPALI, SIRI, STECON

4) คาดเข้า SET50/100: BCP₅₀, BTG₅₀, TFG₅₀, NER₁₀₀, PSL₁₀₀, THCOM₁₀₀

  • พลิกกลับมากังวลสหรัฐฯ-อิหร่าน: คาด Sentiment เชิงลบมาจากความกังวลต่อสถานการณ์ในตะวันออกกลาง หลังเมื่อคืนที่ผ่านมา ปธน.ทรัมป์เผยว่าอิหร่านได้ยิงเฮลิคอปเตอร์อาปาเช่ของสหรัฐฯตกขณะกำลังลาดตระเวนเหนือช่องแคบฮอร์มุซ โดยเขาประกาศว่าสหรัฐฯจะตอบโต้การโจมตีครั้งนี้ของอิหร่าน ภาพข้างต้นส่งผลให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับโอกาสในการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านและความข้างกังวลข้างต้นยังสะท้อนผ่านการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบ WTI (Spot) โดยเช้านี้เปิดที่ $89.37 ต่อบาร์เรล เปรียบเทียบกับระดับ Low เมื่อวานนี้ที่ $85.96 ต่อบาร์เรล

  • ลดสถานะเสี่ยงก่อนรับรู้ CPI สหรัฐฯ: พร้อมกันนี้คาดนักลงทุนมีแนวโน้มเปิดรับสถานะต่อสินทรัพย์ รวมถึง SET Index อย่างจำกัด รวมถึงอาจมีการลดสถานะเสี่ยงลง ก่อนที่สหรัฐฯจะเผย CPI เดือน พ.ค.69 ในคืนนี้ ซึ่งมีแนวโน้มเป็นปัจจัยที่สนับสนุนแนวคิดในเชิง Hawkish ของเฟดและอาจมีผลต่อการตัดสินใจนโยบายการเงินในการประชุม FOMC สัปดาห์หน้า สอดรับกับการที่ตลาดคาดว่า Headline และ Core จะขยายตัว 4.2% y-y และ 2.9% y-y นับเป็นการเร่งตัวขึ้นจากเดือน พ.ย.69 ที่ 3.8% y-y และ 2.8% y-y ตามลำดับ นอกจากนี้เช้านี้ติดตามการเผย CPI และ PPI เดือน พ.ค.69 ของจีน ซึ่งอาจเป็นหนึ่งในสัญญาณบ่งชี้ถึงแนวโน้ม/ทิศทางของเศรษฐกิจจีนในระยะถัดไป

  • เตรียมผลักดัน TISA และหวังเวียดนาม: อย่างไรก็ตาม มองทางลงจำกัดอยู่บ้าง ท่ามกลางความคาดหวังมาตรการสนับสนุนตลาดทุนจากภาครัฐ หลังตลท.เผยว่าในวันพรุ่งนี้ตลท.พร้อมด้วยสภาธุรกิจตลาดทุนไทย สมาคมบริษัทจัดการลงทุน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน จะเข้าพบกับรองนายกฯและรมว.คลังเพื่อหารือมาตรการขับเคลื่อนตลาดทุน โดยเฉพาะโครงการ TISA ที่จะมีการหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่าสินทรัพย์ใดที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ในโครงการดังกล่าวและเพดานวงเงินลงทุนที่เหมาะสม โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในระยะต่อไป นอกจากนี้ คาด SET Index โดยเฉพาะหุ้นที่มีการดำเนินธุรกิจในเวียดนาม จะยังคงได้แรงหนุนจากความหวังการยกระดับความร่วมมือและบูรณาการทางเศรษฐกิจ การค้าระหว่างไทยกับเวียดนาม หลังสิ้นสุดการเยือนเวียดนามของนายกฯไทยระหว่างวันที่ 8-9 มิ.ย.69

+ ปัจจัยเพิ่มเติม –

(+) Microsoft เผยไทยมีอัตราการใช้งาน AI ขยายตัว 36.4% y-y ใน 1H26 ส่งผลให้ไทยก้าวขึ้นเป็นประเทศที่มีอัตราการเปิดรับและนำ AI มาใช้งานเติบโตเร็วที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลกในปัจจุบัน

(+) ม.หอการค้าฯเผยผลสำรวจพฤติกรรมใช้จ่ายช่วง FIFA World Cup 2026 หากมีถ่ายทอดสดคาดว่าจะมีการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ 21,062 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับฟุตบอลยูโร 2024

(+) รมว.เกษตรฯเผยในการประชุมนบข.วันที่ 11 มิ.ย. 69 จะเสนอขอขยายกรอบวงเงินโครงการช่วยเหลือผู้ปลูกข้าวนาปี ปีการผลิต 2568/69 เพิ่มเติม สำหรับเกษตรกร 2.3 แสนครัวเรือน ที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์ ภายใต้มาตรการช่วยเหลือ 1 พันบาท/ไร่ ไม่เกิน 1 หมื่นบาท/ครัวเรือน วงเงินรวม 1,847 ล้านบาท

(+) สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติปรับขึ้นราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม 4 บาท/กก. เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิต โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 8 มิ.ย.69

Picks of the day

CRC [BUY]

  • เป้าหมาย 21.90 / 22.30 แนวรับ 20.30 / 20.60

  • ได้รับ Sentiment บวกจาก การเจรจาความร่วมมือไทย-เวียดนาม

  • คาดผลการดำเนินงาน 2H69 ฟื้นตัวแข็งแกร่ง

KTB [BUY]

  • เป้าหมาย 37.50 / 38.00 แนวรับ 33.75 / 34.75

  • ได้ประโยชน์จากโครงการรัฐ: มองว่า KTB ซึ่งเป็นธนาคารที่มีหน่วยงานรัฐถือหุ้นใหญ่ และรัฐบาลมักใช้ KTB เป็นตัวกลางในการส่งผ่านงบประมาณจากรัฐบาลไปยังหน่วยงานรัฐต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้ KTB ได้ประโยชน์ทั้งจากความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น และรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นด้วย

  • แนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ย: ซึ่งจะทำให้ผลตอบแทนสินเชื่อยังทรงตัว ในขณะที่ต้นทุนดอกเบี้ยจะปรับลดลงได้อีกตามเงินฝากประจำที่จะทยอยปรับลดต้นทุนลง ส่งผลดีต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย และผลประกอบการ

- Advertisement -