KS Daily View 10.06.2026 >>> คืนนี้จับตาเงินเฟ้อ US กลยุทธ์ยังเน้นกลุ่ม Value Play SET index วันนี้ที่ 1,570-1,600 จุด แนะนำ BTG, ADVANC
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,584.14 เพิ่มขึ้น 22.46 จุด (+1.44%) แรงซื้อเด่นในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และนิคมอุตสาหกรรม ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงขายหุ้นไทยสุทธิเป็นวันที่ 4 ติดต่อกันอีก 579 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index แกว่งในกรอบ 1,570-1,600 จุด ภาพระยะสั้นในตลาดสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกยังค่อนข้างผันผวน โดยประเด็นสำคัญที่ยังกดดันจิตวิทยาการลงทุนคือ การขายหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันมี Valuation ค่อนข้างสูง และยังมีบริษัทด้านเทคโนโลยีอีกหลายบริษัทที่เตรียมเข้าจดทะเบียน (IPO) เช่น SpaceX ทำให้นักลงทุนสถาบันที่สนใจ จำเป็นต้องขายหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีตัวอื่นๆออกมาเพิ่ม เพื่อเตรียมเงินไว้ลงทุนหุ้น IPO นอกจากนี้สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีการโจมตีระหว่างกันต่อเนื่อง เป็นแรงกดดันเพิ่มเติม อย่างไรก็ดีในประเทศยังมีปัจจัยหนุนจากกระตุ้นการบริโภค และการลงทุนต่างๆ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจวันนี้ แนะจับตาการรายงานเงินเฟ้อ US CPI & Core CPI ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการกำหนดนโยบายทางการเงิน US ในช่วงถัดไป ส่วนกลยุทธ์ยังแนะรอย่อสะสม เน้นกลุ่ม Value Play เช่น ท่องเที่ยว, โรงพยาบาล, ค้าปลีก, นิคมฯ, สื่อสาร, โรงไฟฟ้า และอาหาร โดยสำหรับวันนี้แนะนำ BTG, ADVANC
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- สถาบัน UNU-INWEH ของสหประชาชาติเตือนว่าการเติบโตของ Data Center และ AI กำลังสร้างแรงกดดันต่อทรัพยากรโลกอย่างมีนัยสำคัญ โดยคาดว่าภายในปี 2030 จะใช้ไฟฟ้าคิดเป็น 3% ของการใช้ทั่วโลก ใช้น้ำเทียบเท่าความต้องการพื้นฐานของประชากร 1.3 พันล้านคน และใช้พื้นที่กว่า 14,500 ตร.กม. แนวโน้มการลงทุน Data Center ยังเป็นบวกต่อกลุ่มนิคมฯ สาธารณูปโภค และผู้รับเหมา แต่ประเด็นการใช้พลังงาน น้ำ และมาตรฐาน ESG ที่เข้มงวดขึ้นจะเพิ่มความได้เปรียบให้กับผู้ประกอบการที่มีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดและระบบบริหารทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ เช่น WHA, GULF, STECON
- นายกฯ อนุทินประกาศบนเวที ASEAN Future Forum ว่าไทยจะเดินหน้าผลักดันโครงการแลนด์บริดจ์ภาคใต้ เพื่อเป็นเส้นทางโลจิสติกส์ทางเลือก ลดความแออัดของเส้นทางขนส่งทางทะเลและเสริมความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานโลก พร้อมสนับสนุนการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจและดิจิทัลของอาเซียน โดยมองว่าอาเซียนยังเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงในการดึงดูดการลงทุนและการเติบโตในระยะยาว มองเป็นบวกต่อกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ รับเหมาก่อสร้าง และท่าเรือ (WHA, AMATA, CK, STECON)
- นายกฯ อนุทินร่วมผลักดันยุทธศาสตร์ท่องเที่ยวเชิงรุกผ่านความร่วมมือกับ 5 พันธมิตรชั้นนำของเวียดนาม เพื่อเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวเวียดนามเดินทางเข้าไทยมากกว่า 1 ล้านคน พร้อมยกระดับความร่วมมือด้านการตลาด การบิน และการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงระหว่างสองประเทศ มองเป็นบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยว โรงแรม สนามบิน และค้าปลีก เช่น AOT, ERW, AWC จากโอกาสการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวอาเซียนและการใช้จ่ายภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น.
- กระทรวงเกษตรฯ เดินหน้าเจรจากับมาเลเซียหลังประกาศระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ เพื่อตอบโต้การเข้มงวดตรวจสอบปลากะพงนำเข้าของไทย โดยตั้งเป้าหาข้อยุติภายในเดือนมิถุนายนนี้ พร้อมพิจารณาปรับลดระยะเวลาตรวจสอบปลากะพงจาก 15 วันเหลือ 7 วันผ่านการใช้เทคโนโลยี เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยอาหารและลดผลกระทบต่อการค้า โดยหากการเจรจาประสบความสำเร็จจะเป็นบวกต่อกลุ่มส่งออกอาหารทะเลและผู้ผลิตกุ้ง เช่น TU, ASIAN โดยช่วยลดความเสี่ยงด้านการส่งออกและพยุงราคาสินค้าสัตว์น้ำในประเทศ
Daily picks
BTG: ราคาพื้นฐาน 23.40 บาท
- เริ่มมีสัญญาณบวกจากราคาเนื้อหมูในสัปดาห์นี้ที่ขยับขึ้นราว 4 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งคาดว่าจะเป็นผลทางอ้อมจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส เป็นบวกต่อกลุ่มเนื้อหมู
- ขณะที่ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ เช่น กากถั่วเหลืองและข้าวโพดที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา คาดจะทยอยลดลงในช่วงเดือน ก.ค.- ส.ค. จากการเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายด้านต้นทุน
- Valuation อยู่ในระดับที่ไม่แพง โดยปัจจุบันเทรดที่ PE 8.5 เท่า และคาดอัตราปันผลที่ราว 4.6%
ADVANC: ราคาพื้นฐาน 371.20 บาท
- การเติบโตของรายได้จากการให้บริการหลักของ ADVANC น่าจะมีความยืดหยุ่นมากกว่า TRUE ในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวที่อาจเกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 2/2569 ถึง 4/2569
- แนวทางบริหารค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน การลงทุน และงบลงทุนอย่างรอบคอบของ ADVANC น่าจะยังคงแข็งแกร่งต่อเนื่อง
- ราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมาที่ย่อตัว ทำให้ Valuation เริ่มกลับมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจมากขึ้น โดยส่วนต่างของ EV/EBITDA ปี 2569 ระหว่าง ADVANC และ TRUE แคบลงจาก 37.4% เหลือ 20.8% ในปัจจุบัน เนื่องจาก EV/EBITDA ปี 2569 ของ ADVANC ปรับลดลงจากจุดสูงสุดที่ 10.7 เท่า มาอยู่ที่ 9.9 เท่า
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
- วันพุธ ติดตามตัวเลขเงินเฟ้อ US CPI พ.ค. คาดที่ +4.2%YoY จาก +3.8%YoY, เงินเฟ้อ US Core CPI พ.ค. คาดที่ +2.9%YoY จาก +2.8%YoY, สต๊อกน้ำมันดิบ US รายสัปดาห์ ส่วนทางฝั่งจีนจับตา ดัชนี PPI, CPI และ Core CPI ของจีน เดือน พ.ค.
- วันพฤหัส ติดตามยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US, ดัชนี US PPI เดือน พ.ค., ดัชนี US Core PPI เดือน พ.ค. และการประชุม ECB คาดขึ้นดอกเบี้ย 0.25%
- วันศุกร์ ติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค US จาก ม.มิชิแกน เดือน มิ.ย.









