บล.เอเซีย พลัส:
ORI ขายโรงแรมไอบิส กะตะ (Sell)
Flash Points
-
ORI ปิดการขายโรงแรมไอบิส ภูเก็ต กะตะ (JV) และได้รับกระแสเงินสด (Extra Cash) กว่า 400 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามแผนงานของกลุ่ม ORI ตามกระบวนการจัดการทรัพย์สิน ตามโมเดล Build-Operate-Exit-Reinvest ที่มุ่งเน้นการพัฒนา ดำเนินงาน สร้างมูลค่า รองรับการขยายพอร์ตธุรกิจโรงแรมในระยะยาว
-
หลังขายโรงแรมดังกล่าว บริษัทยังคงมีโรงแรมเปิดให้บริการ ได้แก่ โรงแรม สเตย์บริดจ์ สวีท กรุงเทพฯ สุขุมวิท, โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ สวีท ศรีราชา, โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ เอ็กซ์เพรส ระยอง, โรงแรมเวสเนส สเตย์ สุขุมวิท 107 รวมถึงโรงแรมไอบิสอีก 2 แห่ง คือ ไอบิส สไตล์ กระบี่ อ่าวนาง และ ไอบิส หัวหิน เป็นต้น รวมถึงยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา ตามเมืองท่องเที่ยว กรุงเทพ ภูเก็ต เชียงใหม่ ฯลฯ โดยปีนี้เตรียมเปิด 4 แห่ง คือ Hotel Indigo & Holiday Inn Express พญาไท, Moxy ภูเก็ต เจ้าฟ้า และ เชียงใหม่ นิมมาน
Impact Insight
-
การขายโรงแรมดังกล่าว เป็นไปตามแผนงานของบริษัทที่ปีนี้ตั้งเป้าขาย 6 โรงแรม/ออฟฟิศ โดยเริ่มจากการขายโรงแรมไอบิส ภูเก็ต กะตะ ซึ่งนอกจากรับกระแสเงินสด ข้างต้น คาดยังสร้างการรับรู้กำไรพิเศษเข้ามาหนุนการดำเนินงาน 2Q69 เพิ่มเติม ขณะที่ 3Q69 คาดเป็นการขายโรงแรม สเตย์บริดจ์ สวีท กรุงเทพฯ สุขุมวิท และที่เหลืออีก 4 แห่ง ทยอยเกิดขึ้น 2H69 นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนขาย 3 คลังสินค้าของบริษัทร่วมทุน Alpha เข้า REIT มูลค่า 3.3 พันล้านบาท คาดเกิดขึ้น 4Q69
-
เงินสดที่ได้รับจากการขายสินทรัพย์ คาดนำไปใช้สำหรับการลงทุนเพิ่มเติม รวมถึงช่วย เพิ่มสภาพคล่อง ผ่านการลดภาระหนี้/หุ้นกู้ โดย 2H69 จะมีหุ้นกู้ที่ครบกำหนดรวม 2.8 พันล้านบาท แบ่งเป็น 2.07 พันล้านบาทเดือน ก.ค. และ 715 ล้านบาทในเดือน ก.ย. นี้
Execution
-
แม้แผนการขายสินทรัพย์ จะช่วยลดความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง แต่ด้วยธุรกิจหลักที่ยังดู ท้าทาย โดยเฉพาะธุรกิจที่อยู่อาศัยเผชิญกับแรงกดดันของสต็อกเหลือขายระดับสูง (ณ สิ้น 1Q69 มูลค่า 7.8 หมื่นล้านบาท) บวกกับยังกังวลต่อความสามารถระบายสต็อก, ส่ง มอบโครงการใหม่ และ Rejection rate ที่จะมีผลต่อยอดโอนกรรมสิทธิ์ ประกอบกับราคา เป้าหมายปี 2569 ที่ 1.40 บาท (อิง PER 7 เท่า) ต่ำกว่าราคาปัจจุบัน จึงคงแนะนำขาย







