FSSIA Daily Focus: ขาดปัจจัยใหม่ระยะสั้นหลัง Fed Hawk และสงครามยุติ
มุมมองตลาด
เราคาด SET Index แกว่ง Sideways ในกรอบ 1,575–1,595 จุด หลังตลาดรับรู้ผลประชุม Fed ที่ Hawkish กว่าคาดและการลงนาม MOU สันติภาพชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านไปแล้ว ขณะที่ราคาน้ำมันยังทรงตัวต่ำกว่า US$80/บาร์เรล และคาดยังเห็น Sector Rotation ต่อเนื่องเข้าสู่กลุ่ม Domestic/Consumption และ Yield Sensitive
ปัจจัยขับเคลื่อนตลาด
แม้หุ้น Tech-AI สหรัฐฯ ฟื้นตัวแข็งแกร่งเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ Bond Yield 2 ปีสหรัฐฯ ยังยืนสูงที่ 4.19% เป็นปัจจัยกดดันระยะสั้น ขณะที่หากสหรัฐฯ-อิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงสุดท้ายภายใน 60 วันข้างหน้า และช่องแคบฮอร์มุซกลับมาเปิดปกติ จะเป็นบวกต่อแนวโน้มเงินเฟ้อและ Bond Yield ใน 2H26
หุ้นเด่นวันนี้: TOA – “เก็งกำไร” ราคาเป้าหมาย 14.50 บาท
- TOA เป็นหนึ่งในหุ้น Anti-Commodity ที่ได้อานิสงส์จากราคาน้ำมันที่ลดลง จากสัดส่วนต้นทุน Oil-Linked ราว 20% ซึ่งคาดว่าจะหนุน Margin ใน 2H26 ขณะที่ Dividend Yield อยู่ในระดับน่าสนใจราว 5% ต่อปี และราคาหุ้นยังต่ำกว่าช่วงก่อนสงครามราว 20%
- แนวรับ 12.80 บาท แนวต้าน 13.80 // 14.90 บาท
ประเด็นสำคัญวันนี้
(+) กลุ่มรับเหมา มีภาพบวกมากขึ้นจากความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ลดลง กำไร 2Q26 คาดยังแข็งแรง และ Backlog กลุ่มยังสูงที่ 2.5 แสนลบ. ณ สิ้น 1Q26 โดยชอบ CK มากสุด รวมถึง PYLON และ SEAFCO
(-) DELTA คาดกำไร 2Q26 อยู่ที่ 8.29 พันลบ. -9% q-q, +79% y-y ต่ำกว่าที่เคยคาดจากปัญหาวัตถุดิบตึงตัวมากกว่าคาด ทำให้ประมาณการกำไรปี 2026 มี Downside มากขึ้น และปรับลดคำแนะนำเป็น “ขาย”








