ระยะสั้นมีเรื่องดี แต่มีเรื่องข้างหน้าให้กังวล / 1,565–1,585
คาด SET Index แกว่งตัวออกข้าง: แรงหนุนจากพัฒนาการเชิงบวกระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่านโดยเฉพาะการที่สหรัฐฯปลดล็อกน้ำมันอิหร่าน อีกทั้ง คาดมีแรงหนุนจากงบฯ 2570 ที่มีแนวโน้มไม่ล่าช้า และการที่ภาครัฐเตรียมออกมาตรการซื้อรถ EV หากแต่มองทางขึ้นจำกัดจากความกังวลนโยบายการเงินของเฟด
กลยุทธ์การลงทุน
1) Anti-comm.+คลายกังวลตะวันออกกลาง: AAV, BA, BDMS, BGRIM, BH, CENTEL, CK, GPSC, MINT, SCGP, STECON, TOA
2) มาตรการอุดหนุนซื้อ EV: AH, BAY, KKP, MGC, TISCO, TTB, STANLY, SUSCO
3) คาด กนง.คงดอกเบี้ย: BLA, KBANK, KTB, SCB, TLI
4) เข้า SET50/100 รอบ 2H69: BCP₅₀, MRDIYT₅₀, TFG₅₀, THAI₅₀, THCOM₁₀₀ , WHAUP₁₀₀
-
สหรัฐฯปลดล็อกให้อิหร่านจำหน่ายน้ำมันได้: คาดแรงหนุนมาจากความคลายกังวลต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและอุปทานพลังงานโลก หลังสหรัฐฯได้ออกใบอนุญาตชั่วคราวระยะเวลา 60 วัน เพื่อให้อิหร่านสามารถทำการผลิต ส่งมอบ และจำหน่ายน้ำมัน ซึ่งถือเป็นมาตรการผ่อนปรนทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญ ต่อเนื่องหลังจากความเจรจาระหว่างสหรัฐฯและอิหร่านที่สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งรองปธน.สหรัฐฯยืนยันว่ามีการเปิดช่องแคบฮอร์มุซแล้ว และน้ำมันดิบรวมทั้งก๊าซธรรมชาติ กำลังไหลผ่านเส้นทางขนส่งดังกล่าว ภาพข้างต้นยังตอบรับผ่านราคาน้ำมันดิบ WTI (Spot) เช้านี้ซึ่งเปิดที่ $74.05 ต่อบาร์เรล ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับ High ของวานนี้ที่ 77.94 $ต่อบาร์เรล
-
งบฯ 70 ไม่ล่าช้า + คลังเตรียมมาตรการซื้อ EV: คาดอีกแรงหนุนมาจากกาประชุมครม.ในวันนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ 2570 โดยหากมีเห็นชอบในวันนี้จะนับเป็นไปตาม Timeline ของการจัดทำงบประมาณฉบับปรับปรุงเดือนเม.ย.69 ที่กระบวนการข้างต้นถูกวางไว้ในวันที่ 23 มิ.ย.69 และส่งผลให้งบประมาณฯ 2570 มีแนวโน้มประกาศใช้ได้อย่างไม่ล่าช้า หากกระบวนการต่อไปอย่างการอนุมัติงบประมาณเป็นไปตาม Timeline เช่นกัน นอกจากนี้ คาด SET Index จะได้แรงหนุนจากความพยายามในการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานโดยภาครัฐ สอดรับกับการที่กรมสรรพสามิตเผยว่าได้เตรียมรูปแบบการอุดหนุนการซื้อรถ EV ไว้ 2-3 รูปแบบ เพื่อให้กระทรวงการคลังพิจารณา โดยจะเป็นการอุดหนุนผ่านสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อกับผู้ซื้อรถแบบครั้งเดียวจบ
- กังวลความ Hawkish ของเฟด: มองทางขึ้นจำกัด เรามองการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง รวมถึง SET Index มีแนวโน้มเผชิญกับ Sentiment เชิงลบจากการปรับตัวขึ้นของ US bond yield โดยเช้านี้ (7.30 น.) 2 และ 10 ปี อยู่ที่ 4.23% และ 4.51% เพิ่มขึ้นจากสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ 4.19% และ 4.46% ตามลำดับ โดยเรามองภาพข้างต้นเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลทิศทางนโยบายการเงินของเฟดที่มีแนวโน้มเป็นไปในเชิง Hawkish โดยเฉพาะสัปดาห์นี้ที่จะมีการเผยเงินเฟ้อ PCE เดือน พ.ค. 69 ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยที่สนับสนุนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย
+ ปัจจัยเพิ่มเติม –
(+) รองนายกฯ และ รมว. พาณิชย์ เผยเรือขนส่งปุ๋ย 5 ลำที่เคยติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซสามารถออกมาได้แล้ว 2 ลำและอีก 1 ลำมีการปรับเส้นทางเพื่อมุ่งหน้าสู่ไทย ส่งผลให้สถานการณ์ของอุปทานปุ๋ยเริ่มปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
(+) รองนายกฯ และ รมว. พาณิชย์ ตั้งเป้าที่จะเจรจาการค้าเสรี (FTA) สำคัญให้สำเร็จอาทิ FTA กับ EU สหรัฐฯ แคนาดา และอังกฤษ ภายในปีนี้ เพื่อกระจายตลาดส่งออกไม่ให้พึ่งพาประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป
(+) SME D Bank เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการ SMEs ประจำ 2Q69 ปรับเพิ่มขึ้นมาที่ระดับ 51.9 จาก 50.2 ใน 1Q69 ท่ามกลางแรงหนุนการท่องเที่ยวในช่วงสงกรานต์ และมาตรการลดภาระค่าครองชีพของภาครัฐ
(-) จีนประกาศเพิ่มรายชื่อบริษัทสหรัฐฯ 10 แห่ง ซึ่งอ้างว่ามีความเชื่อมโยงกับกองทัพสหรัฐฯ เข้าสู่บัญชีควบคุมการส่งออก เพื่อตอบโต้กรณีที่สหรัฐฯ ขึ้นบัญชีจำกัดการค้าของบริษัทจีนหลายแห่งเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา
Picks of the day
GPSC (BUY)
-
เป้าหมาย: 45.00 / 46.25 แนวรับ: 41.25 / 42.50
-
เพิ่มกำลังการผลิตต่อเนื่อง: GPSC มีการเพิ่มกำลังการผลิตต่อเนื่อง ระยะยาวตั้งเป้าปี 2030 จะมีกำลังการผลิต 13,666 MW หรือประมาณ 1 เท่า เมื่อเทียบกับ ณ 1Q69 ที่ 7,336 MW โดยจะเน้นที่การเติบโตของโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด หรือ Renewable Energy ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนกำลังการผลิตจากพลังงานสะอาดแล้ว 49%
-
ปัจจัยภายนอกหนุน: คาดระยะสั้นได้แรงหนุนจากปัจจัยภายนอก จากนโยบายภาครัฐได้ผลักดันการเพิ่มพลังงานสะอาด ทั้งด้าน Direct PPA และ Solar Rooftop รวมถึงแนวโน้มราคาก๊าซธรรมชาติที่ลดลง จากภาวะสงครามที่เริ่มผ่อนคลายลงและการเปิดช่องแคบ Hormuz ทำให้เริ่มมีการขนส่งก๊าซธรรมชาติได้ ซึ่งช่วยลดความกังวลด้านต้นทุนเชื้อเพลิงของบริษัทในช่วงที่เหลือของปี
STECON (BUY)
-
เป้าหมาย: 19.60 / 20.20 แนวรับ: 17.00 / 17.70
-
เตรียมเสนอ ครม. อนุมัติงบปี 70: เตรียมชง พ.ร.บ.งบฯ 70 เข้าประชุม ครม. วันที่ 23 มิ.ย. และจะเสนอร่างไปให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้แล้วเสร็จภาพใน 105 วัน ก่อนนำขึ้นทูลเกล้า โดยหากอิงจากระยะเวลาปัจจุบัน ทำให้งบประมาณมีผลบังคับใช้ได้ทัน 1 ต.ค. 69 หน่วยงานรัฐฯเริ่มเบิกจ่ายงบได้ต่อเนื่อง เป็นทิศทางที่ดีต่อกลุ่มรับเหมาฯ
-
STECON โดดเด่นใน 2Q69: STECON กำไรปีนี้จะโดดเด่นที่สุดใน 2Q69 เบื้องต้นประเมินกำไร ±850 ลบ. +74%y-y +155%q-q จากปันผลของ GULF ที่เข้ามาสูงถึง 736 ลบ. ส่วนรายได้ก่อสร้างสูงขึ้นกว่าไตรมาสแรกที่เป็นฐานต่ำตามปัจจัยฤดูกาล









