FSSIA Daily Focus: Rotate หา Domestic/Laggard Play ต่อเนื่อง

มุมมองตลาด

เราคาด SET Index แกว่ง Sideways to Sideways Down ในกรอบ 1,535–1,548 จุด โดยกลุ่มเทคโนโลยียังถูกกดดันจากความกังวลต่อการลงทุน AI Capex ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent ยังทรงตัวที่ US$72 ต่อบาร์เรล แม้ความไม่แน่นอนของสงครามจะเพิ่มขึ้น

ปัจจัยขับเคลื่อนตลาด

สัปดาห์นี้ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ PMI จีน, ISM ภาคการผลิตของสหรัฐฯ และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ ขณะที่ยังคงมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยใน 3Q26 และนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย ซึ่งหนุนการเกิด Sector Rotation เข้าสู่กลุ่ม Domestic โดยเฉพาะที่ยัง Laggard ต่อเนื่อง

หุ้นเด่นวันนี้: BDMS – “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 28.75 บาท

  • แม้กำไร 2Q26 คาดชะลอตัวทั้ง q-q และ y-y จาก Low Season และผู้ป่วยต่างชาติที่ชะลอลง แต่คาดเป็นจุดต่ำสุดของปีก่อนฟื้นตัวชัดเจนใน 2H26 ขณะที่ราคาหุ้นยังต่ำกว่าระดับก่อนเกิดสงคราม 13% เทียบกับ SET ที่กลับสู่ระดับก่อนสงครามแล้ว จึงมองเป็น Laggard Play ที่น่าสนใจ
  • แนวรับ 18.60-18.40 บาท แนวต้าน 19.20 // 19.60 บาท

ประเด็นสำคัญวันนี้

(+) กลยุทธ์การลงทุน 2H26 คาดเศรษฐกิจไทยและกำไรบริษัทจดทะเบียนฟื้นตัวแข็งแกร่งจากราคาพลังงานที่ลดลง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และนโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย โดยยังคาด Sector Rotation เข้าสู่กลุ่ม Domestic, Consumption และ Yield-sensitive ต่อเนื่อง Top Pick ได้แก่ BA, BBL, CPALL, CPF, CPN, ERW, GULF, PR9, TIDLOR, และ WHAUP

(+) AOT คาดกำไรปกติ 3QFY26E อยู่ที่ 3.28 พันลบ. ลดลงตามฤดูกาล แต่คาด 4QFY26E จะฟื้นตัวจากการรับรู้ PSC ใหม่ พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายเป็น 68.50 บาท และคงคำแนะนำ “ซื้อ”

(-) BTG คาดกำไร 2Q26 อยู่ที่ 658 ลบ. ลดลงทั้ง q-q และ y-y จากราคาหมูที่ยังอ่อนตัว โดยคาดราคาเนื้อสัตว์จะฟื้นตัวใน 2H26 คงคำแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 23 บาท

(-) AEONTS คาดกำไร 1QFY26E อยู่ที่ 784 ลบ. ลดลง q-q จากสินเชื่อที่หดตัวและรายได้ non-NII ที่อ่อนแอลง โดยคงประมาณการและราคาเป้าหมาย 100 บาท พร้อมคำแนะนำ “ถือ”

- Advertisement -