KS Daily View 30.06.2026 >>> หุ้น Tech ฟื้นตัว จับตาเจรจา US-อิหร่าน/ เกาะติดงบประมาณ 2570 กรอบ SET วันนี้ 1,565-1,590 จุด แนะนำ HMPRO, ICH
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,577.81 เพิ่มขึ้น 35.47 จุด (+2.30%) แรงซื้อเด่นในหุ้นอิเล็กทรอนิกส์ โดยนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิกว่า 7,599 ลบ. ส่วนวันนี้ประเมิน SET index แกว่งในกรอบ 1,565-1,590 จุด เริ่มเห็นการฟื้นตัวของราคาหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีทั่วโลก หลังปรับตัวแรงในสัปดาห์ก่อนหน้า โดยนักลงทุนยังคงมีความเชื่อมั่นต่อภาพผลการดำเนินงานในระยะยาว ช่วยหนุนให้ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงกลับมาฟื้นตัว นอกจากนี้ตลาดยังกลับมาจับตาการการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่จะกลับมาเริ่มอีกครั้งในวันนี้ ภายหลังทั้งสองฝ่ายตกลงยุติการโจมตีตอบโต้กันบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนด้านปัจจัยในประเทศ ยังเกาะติดสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ในช่วงวันที่ 29 มิ.ย.-1 ก.ค.นี้ นอกจากนี้วันนี้เป็นวันสุดท้ายของไตรมาส ซึ่งจะมีการปรับพอร์ตของกองทุน Passive Fund ทั้งประเด็น SET500/100 Rebalancing และ Capped weight index ดังนั้นอาจส่งผลให้หุ้น Big Caps ผันผวนได้ ด้านกลยุทธ์การลงทุนยังแนะย่อสะสม เน้นหุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรเติบโตดี และมี Valuation น่าสนใจ โดยสำหรับวันนี้แนะนำ HMPRO, ICHI
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- รฟท.เตรียมเสนอ กพอ. ภายในเดือน ส.ค. เพื่อพิจารณา 2 ทางเลือกของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้แก่ การแก้ไขสัญญาร่วมทุน หรือการสิ้นสุดสัญญา หลังกลุ่มซีพียืนยันว่า หากไม่แก้ไขสัญญาเดิมจะไม่สามารถจัดหาเงินทุนและเดินหน้าโครงการได้ ขณะที่ รฟท.เตรียมแผนรองรับทั้งการเดินรถไฟทางคู่ในพื้นที่ EEC และการแยกประมูลงานโครงสร้างร่วมกับโครงการรถไฟไทย-จีน เพื่อไม่ให้กระทบแผนเปิดให้บริการในปี 257 ถือเป็น Sentiment เชิงลบระยะสั้น ต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องกับโครงการไฮสปีดและโครงสร้างพื้นฐานจากความไม่แน่นอนของโครงการทิม คุก และอีลอน มัสก์ ออกมาเตือนว่าต้นทุนชิปหน่วยความจำและอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลพุ่งแรงที่สุดในรอบกว่า 40 ปี จากความต้องการลงทุนด้าน AI และ Data Center ที่เร่งตัว ส่งผลให้ผู้ผลิตเทคโนโลยีรายใหญ่ทยอยปรับขึ้นราคาสินค้า โดย Apple, HP, Dell และ Nintendo ได้เริ่มส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคแล้ว ขณะที่ราคาชิปบางประเภทปรับขึ้นถึง 4 เท่าภายในเวลาเพียง 1 ปีประเด็นดังกล่าวเป็นบวกต่อหุ้นในห่วงโซ่ Data Center และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีอำนาจต่อรองด้านราคา แต่ผู้ผลิตที่พึ่งพาต้นทุนชิปสูงอาจเผชิญแรงกดดันต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังลูกค้าได้
- WEF จัดอันดับดัชนีการเปลี่ยนผ่านพลังงาน (ETI) ปี 2026 ให้ไทยอยู่อันดับ 50 ของโลก และอันดับ 4 ของอาเซียน โดยแม้การลงทุนพลังงานสะอาดทั่วโลกเติบโตต่อเนื่อง แต่ยังติดข้อจำกัดจากโครงข่ายไฟฟ้า เงินทุน และกฎระเบียบ ส่งผลให้มีโครงการผลิตไฟฟ้ากว่า 2,500 GW รอเชื่อมเข้าระบบ ขณะที่ไทยเดินหน้าแผน PDP 2026 ตั้งเป้าสัดส่วนไฟฟ้าสะอาด 60% ภายในปี 2050 พร้อมผลักดัน Solar Rooftop, Direct PPA และขยายโครงสร้างพื้นฐานรองรับ Data Center และ AI เป็นบวกต่อกลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนและผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานไฟฟ้า เช่น GULF, BGRIM, GPSC, EGCO, GUNKUL
- สศค. ระบุเศรษฐกิจไทยเดือน พ.ค. 2569 ยังขยายตัวได้จากภาคท่องเที่ยวและการส่งออกที่เติบโตต่อเนื่อง โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่ม 3.5% และการส่งออกเพิ่ม 10.6% อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นผู้บริโภคและภาคอุตสาหกรรมอ่อนตัวลงจากความกังวลราคาน้ำมันและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ยังซบเซา ดังนั้นประเมินเป็นบวกต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและส่งออก เช่น AOT, ERW, KCE และ HANA แต่ควรติดตามความผันผวนของราคาน้ำมัน ซึ่งอาจกดดันต้นทุนของภาคการผลิตและการบริโภคในระยะถัดไป
Daily picks
HMPRO: ราคาพื้นฐาน 7.30 บาท
- คาดกำไร 2Q26 อยู่ที่ 1.48 พันลบ. (+7.5% YoY, +5.3% QoQ) หนุนจาก GPM ที่ดีขึ้นและการควบคุม SG&A มีประสิทธิภาพ แม้ SSSG ยังอ่อนตัว
- คาดกำไร 2H26 ฟื้นตัวเด่น จาก SSSG ที่ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ขณะที่การปรับขึ้นราคาสินค้าและ GPM ที่ขยายตัวจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
- แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 7.30 บาท มอง Valuation ยังไม่แพง ซื้อขายที่ PER 13.4 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม และมีโครงการซื้อหุ้นคืนเป็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติม
ICHI: ราคาพื้นฐาน 14.70 บาท
- เอลนีโญ ที่คาดเกิดขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีจะเป็นแรงขับเคลื่อนความต้องการบริโภคเครื่องดื่มมากขึ้น และการเติบโตต่อเนื่องของสินค้าที่ไม่ใช่ชา จะช่วยสนับสนุนกำไร ผสานค่าเสื่อมราคาที่ลดลงในปี 2570 เป็นแรงหนุนระยะกลาง
- สถานการณ์ตะวันออกกลางที่ดีขึ้น คาดจะช่วยผ่อนคลายเรื่องต้นทุนขวด PET
- ด้วยการประเมินมูลค่าที่ซื้อขายเพียง 13 เท่า 2026E P/E และอัตราตอบแทนเงินปันผลที่ยั่งยืนระดับ 7-8% เรามองว่าอัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงยังน่าสนใจ
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
วันอังคาร ติดตามการประชุม ครม, ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ไทย เดือน พ.ค. คาดที่ -0.5%MoM, รายงานภาวะเศรษฐกิจรายเดือน ของไทยจาก ธปท., ดุลการค้าของไทย เดือน พ.ค. ส่วนตัวเลขฝั่งสหรัฐฯ จับตาดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค US จาก Conference board เดือน มิ.ย. คาดที่ 94.6 จุด จาก 93.1 ในเดือน พ.ค. ส่วนทางฝั่งจีน ติดตาม PMI ภาคการผลิต ของจีน เดือน มิ.ย. คาดที่ 50.1 จาก 50.0 และ PMI ภาคการบริการ ของจีน เดือน มิ.ย. คาดที่ 49.1 จาก 50.1 จุด
วันพุธ ติดตามPMI ภาคการผลิต ของไทย เดือน มิ.ย. ส่วนฝั่งสหรัฐฯ ติตดาม PMI ภาคการผลิตของ US เดือน มิ.ย. คาดที่ 55.7 จุด. ISM ภาคการผลิตของ US เดือน มิ.ย. คาดที่ 53.9 จุด จาก 54.0, สต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ US ส่วนด้านยูโรโซน จับตา PMI ภาคการผลิตของ ยูโรโซน เดือน มิ.ย. คาดที่ 51.3 จุด และ CPI ยูโรโซน มิ.ย. คาด 3.0%YoY ลดลงจาก 3.2% ใน พ.ค. นอกจากนี้ทางด้านจีน แนะติดตาม RatingDog PMI ของจีน ภาคการผลิตคาดที่ 52.0 จาก 51.8 จุด
วันพฤหัส ติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตร US เดือน มิ.ย. คาดที่ 1.15 แสนตำแหน่ง ลดลงจาก พ.ค. ที่ 1.72 แสนตำแหน่ง, อัตราการว่างงาน US เดือน มิ.ย. คาดทรงตัวที่ 4.3% และยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US คาดที่ 2.2 แสนราย มากกว่าสัปดาห์ก่อนที่ 2.15 แสนราย
วันศุกร์ ติดตาม PMI ภาคการบริการของ ยูโรโซน เดือน มิ.ย. คาดที่ 48.9 จุด และ RatingDog PMI ของจีน ภาคบริการคาดที่ 53.5 จาก 54.4 จุด









