KS Daily View 01.07.2026 >>> หุ้นเทคฯฟื้นต่อ หนุนหุ้นโลกเชิงบวก กรอบ SET วันนี้ 1,580-1,600 จุด โดยวันนี้แนะนำ CPALL, WHAUP
แนวโน้มตลาดหุ้นในประเทศวันนี้: SET index วานนี้ปิดตลาดที่ 1,591.24 เพิ่มขึ้น 13.43 จุด (+0.85%) แรงซื้อเด่นในหุ้นกลุ่มค้าปลีก, อิเล็กทรอนิกส์ และสื่อสาร ด้านนักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นไทยสุทธิกว่า 5,745 ลบ. (ซื้อ 5 วันติดต่อกัน) โดยวันนี้ประเมิน SET index แกว่งในกรอบ 1,580-1,600 จุด ยังได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีโลก จากความเชื่อมั่นของการเติบโตในระยะยาวของธุรกิจ AI ในขณะที่ด้านราคาน้ำมันดิบ Brent ยังคงทรงตัวต่ำราว 72 เหรียญต่อบาร์เรล หลังเข้าสู่ช่วงการเจรจาสันติภาพ ซึ่งคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป โดยท่าทีฝั่งอิหร่านยังย้ำจุดยืนที่ต้องการควบคุมการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าจับตาวันนี้ แนะติดตาม การรายงานตัวเลขจ้างงานภาคเอกชน US เดือน มิ.ย. คาดที่ 1.2 แสนคน และ ดัชนี US ISM ภาคการผลิต มิ.ย. คาดที่ 53.9 จุด ลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนที่ระดับ 54.0 จุด ส่วนปัจจัยในประเทศ ติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ผสานการเริ่มพรีวิวผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน โดยกลยุทธ์ยังคงเน้นทยอยสะสม หุ้นที่คาดแนวโน้มกำไรยังเติบโตได้ดี และมี Valuation อยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยสำหรับวันนี้แนะนำ CPALL, WHAUP
ประเด็นสำคัญที่เป็นกระแสในช่วงนี้และมีผลต่อการลงทุน:
- ครม. อนุมัติต่ออายุมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองอสังหาริมทรัพย์เหลือ 0.01% จากอัตราปกติ 2% และ 1% ตามลำดับ เป็นเวลาอีก 1 ปี ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 2570 ครอบคลุมที่อยู่อาศัยมือหนึ่งและมือสองราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายลดภาระผู้ซื้อ กระตุ้นการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และหนุนเศรษฐกิจ ซึ่งกระทรวงการคลังคาดว่าจะก่อให้เกิดธุรกรรมกว่า 5.4 แสนล้านบาท และช่วยเพิ่ม GDP ราว 1.06% มาตรการดังกล่าวเป็นบวกเล็กน้อยต่อกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่มีสัดส่วนโครงการระดับราคาไม่เกิน 7 ล้านบาท
- สศอ. เปิดเผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือน พ.ค. 2569 หดตัว 0.8% YoY ขณะที่อัตราการใช้กำลังการผลิตลดลงเหลือ 59.64% โดยมีแรงกดดันหลักจากอุตสาหกรรมยานยนต์ที่หดตัว 8.68% จากอุปสงค์ในประเทศและส่งออกที่อ่อนแอ รวมถึงความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม ภาคเครื่องจักร ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และน้ำตาลยังเติบโตดี และมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” คาดว่าจะช่วยพยุงภาคอุตสาหกรรมในช่วงต่อไป ถือเป็นลบต่อกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วน จากอุปสงค์ที่ยังอ่อนแอ
- PLANB อนุมัติลงทุนเพิ่มใน COM7 วงเงินไม่เกิน 7,219 ล้านบาท ส่งผลให้ถือหุ้นรวมไม่เกิน 11.01% และก้าวขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ โดยมองเห็นศักยภาพการเติบโตของ COM7 ในธุรกิจค้าปลีกสินค้าเทคโนโลยี รวมถึงโอกาสต่อยอดสู่ธุรกิจสินเชื่อและ EV Ecosystem ขณะที่แหล่งเงินทุนหลักมาจากเงินกู้สถาบันการเงิน และบริษัทคาดว่าการลงทุนจะสร้างผลตอบแทนและ Synergy ในระยะยาว ดีลดังกล่าวเป็นบวกเล็กน้อยต่อ COM7 จากการมีผู้ถือหุ้นเชิงกลยุทธ์เข้ามาสนับสนุนการเติบโต ส่วน PLANB แม้ภาระหนี้จะเพิ่มขึ้นในระยะสั้น แต่หากการลงทุนสร้างผลตอบแทนตามคาดจะเป็นปัจจัยหนุนมูลค่าในระยะยาว
- สมาคมกุ้งไทยยื่นข้อเสนอถึง 4 หน่วยงานรัฐ เร่งผลักดันแผนฟื้นฟูอุตสาหกรรมกุ้งเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมของบ 5.5 พันล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาโรคระบาดและยกระดับผลผลิต หลังสูญเสียรายได้สะสมกว่า 7.5 แสนล้านบาทในช่วง 13 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเจรจากับมาเลเซียเพื่อยกเลิกการระงับนำเข้ากุ้งไทย 5 สายพันธุ์ ซึ่งกระทบมูลค่าส่งออกราว 2,000 ล้านบาทมองว่าหากภาครัฐเดินหน้ามาตรการฟื้นฟูและสามารถคลี่คลายข้อพิพาททางการค้ากับมาเลเซียได้ จะเป็นบวกต่อกลุ่มอาหารและผู้ส่งออกอาหารทะเล เช่น ASIAN, TU และ ITC จากโอกาสฟื้นตัวของวัตถุดิบและคำสั่งซื้อส่งออกในระยะถัดไป
Daily picks
CPALL: ราคาพื้นฐาน 57.20 บาท
- คาดแนวโน้มผลการดำเนินงาน 2Q26 ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี โดย SSSG เดือน เม.ย. และ พ.ค. ที่ราว +2.0% และ +1.0% ตามลำดับ
- มีความสามารถในการปรับราคาสินค้าที่แข็งแกร่งเพื่อส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และการขยายตัวของอัตรากำไรอย่างต่อเนื่อง
- ผสานกับ Valuation ในปัจจุบันที่ซื้อขายเพียงระดับ Forward PER 13.5 เท่า อยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย Forward PER ในอดีตที่ -1.65SD ผสานกับคาดอัตราปันผลที่ระดับ 3.6% ต่อปี
WHAUP: ราคาพื้นฐาน 7.55 บาท
- กำลังรองรับ Data Center ไทยมีโอกาสเพิ่มจาก 600MW ในปี 2568 สู่ 5GW ภายในปี 2573 จากการลงทุนของผู้เล่น Hyperscale และโครงการที่ได้รับส่งเสริมจาก BOI
- คาดนิคม WHA รองรับ Data Center ราว 38% ของประเทศ ช่วยหนุนยอดขายน้ำอุตสาหกรรมและสร้าง Upside เพิ่มเติมจากโครงการ Direct PPA ในอนาคต
- แนะนำเป็น “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 7.55 บาท ปรับเพิ่มประมาณการกำไรระยะยาวจากความต้องการใช้น้ำที่แข็งแกร่ง พร้อมคาดกำไรเติบโตเฉลี่ย 15% ในช่วงปี 2569-74 และยังมีศักยภาพรองรับการเติบโตได้อีกมากโดยไม่ต้องลงทุนเพิ่มสูงมากนัก
รายงานตัวเลขเศรษฐกิจ
- วันพุธ ติดตามPMI ภาคการผลิต ของไทย เดือน มิ.ย. ส่วนฝั่งสหรัฐฯ ติตดาม PMI ภาคการผลิตของ US เดือน มิ.ย. คาดที่ 55.7 จุด. ISM ภาคการผลิตของ US เดือน มิ.ย. คาดที่ 53.9 จุด จาก 54.0, สต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ US ส่วนด้านยูโรโซน จับตา PMI ภาคการผลิตของ ยูโรโซน เดือน มิ.ย. คาดที่ 51.3 จุด และ CPI ยูโรโซน มิ.ย. คาด 3.0%YoY ลดลงจาก 3.2% ใน พ.ค. นอกจากนี้ทางด้านจีน แนะติดตาม RatingDog PMI ของจีน ภาคการผลิตคาดที่ 52.0 จาก 51.8 จุด
- วันพฤหัส ติดตามการจ้างงานนอกภาคเกษตร US เดือน มิ.ย. คาดที่ 1.15 แสนตำแหน่ง ลดลงจาก พ.ค. ที่ 1.72 แสนตำแหน่ง, อัตราการว่างงาน US เดือน มิ.ย. คาดทรงตัวที่ 4.3% และยอดผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ US คาดที่ 2.2 แสนราย มากกว่าสัปดาห์ก่อนที่ 2.15 แสนราย
- วันศุกร์ ติดตาม PMI ภาคการบริการของ ยูโรโซน เดือน มิ.ย. คาดที่ 48.9 จุด และ RatingDog PMI ของจีน ภาคบริการคาดที่ 53.5 จาก 54.4 จุด









