บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Asset World Corp (AWC.BK/AWC TB)*
RevPAR ใน 2Q69F กลับมาเติบโต (Neutral‧Maintained)
Event
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายใหม่
Impact
คาด RevPAR ใน 2Q69F กลับมาเติบโตเป็นบวก
เราคาด RevPAR ใน 2Q69F จะเพิ่ม 3–4% YoY (ฟื้นตัวจาก -1% ใน 1Q69F) จากผลงานของโรงแรมเกือบ ทุกกลุ่มดีขึ้น นำโดย โรงแรมในกรุงเทพฯ (10% ของรายได้โรงแรม, +6% YoY) โรงแรมลักชัวรีนอกกรุงเทพฯ (13% ของรายได้โรงแรม, +4% YoY) โรงแรมระดับ upper-upscale นอกกรุงเทพฯ (25% ของ รายได้โรงแรม, +11% YoY) ปัจจัยหนุนหลักจะมาจากการทยอยรับรู้รายได้ของโรงแรมใหม่ 2 แห่งใน พัทยารวมถึงอุปสงค์ที่สมุยและหัวหินฟื้นตัวดี การฟื้นตัวนี้ยังหนุนจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ เพิ่มขึ้นโดยเฉพาะจากจีน (12% ของรายได้โรงแรม) สหรัฐฯ (12%) และอินเดีย (3%)
คาด 2H69F จะเติบโตเด่น
เราคาดว่ากำไร 2H69F จะเร่งตัวขึ้นจากฐานต่ำบวกกับอุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากกลุ่มลูกค้าธุรกิจผ่านการจัดงานอีเวนท์ (MICE) ขนาดใหญ่และคอนเสิร์ตระดับนานาชาติ นอกจากอัตราการเข้าพัก (occupancy) ดีขึ้น แล้วอัตราค่าห้องพักเฉลี่ย (ARR) ยังน่าจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่มีอีเวนต์สำคัญ ตัวอย่างเช่น ฝ่ายบริหารคาดว่าโรงแรมในกรุงเทพฯ จะสามารถปรับขึ้นราคาห้องพักได้ 40–50% ช่วงการประชุม IMF (ต.ค. 69) ขณะที่ คาดว่าโรงแรมในพัทยจะปรับขึ้นราคาห้องพักได้ 30–50% ช่วงงาน Tomorrowland Thailand (ธ.ค. 69) โดยที่ ยอดจองรายได้ห้องพักล่วงหน้า 2H69F เบื้องต้นพุ่งขึ้น 32% YoY นำโดย กรุงเทพฯ (+61% YoY) เชียงใหม่ (+33%)และสมุย (+14%) แม้ว่ายอดจองในภูเก็ตยังค่อนข้างอ่อนตัวจากอุปสงค์นักท่องเที่ยวระยะไกล (long-haul) ที่ชะลอลง และการปิดปรับปรุงชั่วคราวของเดอะ เวสทิน สิเหร่ เบย์รีสอร์ท แอนด์ สปา แต่ยอดจองล่วงหน้ารวมปี 2569F ก็ยังเพิ่มขึ้น 16% YoY
ปรับเพิ่มกำไรตาม RevPAR ฟื้นตัวแข็งแกร่งกว่าคาด
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569–70F ขึ้น 6% และ 3% ที่ 2.5 พันลบ. (+28% YoY) และ 2.7 พันลบ. (+9% YoY) ตามลำดับ จากปัจจัยหลักดังนี้ i) ปรับเพิ่มสมมติฐาน RevPAR ปี 2569F เติบโต +4% (จากเดิม -1%) จาก RevPAR ที่เติบโตเป็นเลขต่ำหลักเดียวตั้งแต่ต้นปีและยอดจองล่วงหน้าแข็งแกร่งกว่าคาด (+16% YoY เทียบกับเดิม +10%) ทำให้เราปรับเพิ่มประมาณการรายได้ธุรกิจโรงแรมขึ้นที่ 1.45 หมื่นลบ. (+15% YoY) ii) ปรับลดประมาณการรายได้ธุรกิจเชิงพาณิชย์ลงที่ 4.4 พันลบ. (+7% YoY จากเดิมคาด +13% YoY) ตามการปรับลดอัตราค่าเช่าลงเพื่อดันให้ occupancy เพิ่มขึ้นในสินทรัพย์ค้าปลีกและอาคารสำนักงาน iii) ปรับลดประมาณการรายได้จากธุรกิจรับบริหารลงที่ 270 ลบ. (-54% YoY) จากจำนวนโครงการภายใต้การบริหารลดลง และ iv)ปรับเพิ่มสมมติฐาน GPM ขึ้นที่ 52.5% (จากเดิม 52.3%) จาก operating leverage ที่ดีขึ้นและประสิทธิภาพต้นทุนดีขึ้น แต่ปัจจัยบวกดังกล่าวก็ถูกฉุดบางส่วนด้วยคชจ. SG&A ที่เพิ่มขึ้นจากคชจ. ก่อนเปิดดำเนินงานของโรงแรมใหม่ที่กำหนดเปิดให้บริการช่วง 3Q69F
Valuation & action
เรามองว่า AWC เป็นหนึ่งในผู้ได้ประโยชน์จากการท่องเที่ยวไทยฟื้นตัว โดยโครงการขยายธุรกิจโรงแรม จะหนุนให้กำไรเฉลี่ยต่อปี (CAGR) เติบโตราว 10% ช่วงปี 2569–70F อย่างไรก็ดี เราเชื่อว่าราคาหุ้น ปัจจุบันได้สะท้อนกำไรปี 2569F ที่ฟื้นตัวไปแล้ว โดย AWC ซื้อขายที่พรีเมียม valuation เทียบกับ peers (EV/EBITDA ที่ 8–10x) ดังนั้น แม้เราจะปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2569 ขึ้นเป็น 2.60 บาท (จากเดิม 2.50 บาท) อิงจากEV/EBITDA ปี 2569F ที่ 22x แต่ยังคงคำแนะนำ “ถือ” AWC
Risks
ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นกระทบอุปสงค์การท่องเที่ยว







