บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

SAPPE (SAPPE TB) (BUY)

ผลกระทบสงครามน้อยกว่าคาด

  • รายได้ตะวันออกกลาง 2Q26 ยังโต q-q ได้ และจะโตต่อเนื่องใน 3Q26

  • คาดกำไร 2Q26 โต q-q แม้เผชิญต้นทุนแพงเต็มไตรมาส และน่าจะแพงสุดของปีแล้ว

  • ปรับขึ้นเป็น ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ที่ 38 บาท

แนวโน้มรายได้ 2Q26 ดูดีกว่าที่เคยคาด

คาดกำไรสุทธิ 2Q26 อยู่ที่ 205 ลบ. (+12.2% q-q, -17.3% y-y) ฟื้นตัว q-q ได้ต่อเนื่อง โดยคาดรายได้รวมอาจโตดี 18.5% q-q ซึ่งจะทรงตัว y-y ถือว่าดีกว่าที่เคยคาด (คาดไว้ลดลง y-y) มาจากแนวโน้มรายได้ตะวันออกกลางอาจโต 15.0% q-q (แต่ลดลง 19.7% y-y) แม้รายได้หยุดชะงักในเดือน เม.ย.จากสงคราม แต่กลับมาฟื้นตัวใน พ.ค. และมิ.ย. โดยยังสามารถส่งออกไปได้ และไปยังประเทศลูกค้าหลัก ซึ่งได้มีการส่งต่อไปยังประเทศที่อาจมีปัญหาสงครามและการขนส่ง และคาดรายได้ในประเทศจะกลับมาโตแรง 26.9% q-q (+1.5% y-y) หลังกลับมากระจายสินค้าได้ปกติ และอากาศร้อนช่วยหนุนทั้ง BLUE และ Beauti Drink

เริ่มถูกกระทบจากต้นทุน และค่าใช้จ่ายยังสูง

บริษัทเริ่มถูกกระทบจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์สูงขึ้นตั้งแต่เดือน เม.ย. ราว 2% ของรายได้ แต่ได้ผลบวกของ Cost saving และอัตราการใช้กำลังการผลิตสูงขึ้นช่วยหักล้างได้พอควร จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้น 2Q26 อยู่ที่ 44.5% สามารถทรงตัว y-y ได้ และลดลงจาก 45.7% ใน 1Q26 และคาดค่าใช้จ่ายโดยรวมยังสูง +15.5% q-q, +4.4% y-y จากทั้งแผนการใช้จ่ายด้านแบรนด์, ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายสนับสนุนลูกค้า จึงคาด SG&A to sales ยังสูงราว 28.8% จาก 29.5% ใน 1Q26 และ 27.3% ใน 2Q25

คาดกำไร 3Q26 ฟื้น q-q ต่อ และกลับมาโต y-y ครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาส

แนวโน้มรายได้ 3Q26 น่าจะโตทั้ง q-q และ y-y ถือว่าสอดคล้องกับฤดูกาล โดยมีปัจจัยหนุน 1) Distributor รายใหม่ในอินโดนีเซียจะเริ่มกระจายสินค้าต้น 3Q26 ช่วยหนุนการฟื้นตัวใน 2H26 อย่างมีนัยสำคัญ 2) รายได้ตะวันออกกลางจะเติบโตทั้ง q-q และ y-y สะท้อน Demand ที่ดี กอปกับความสามารถในการจัดการของบริษัทและคู่ค้า และ 3) แม้ผู้บริหารจะให้วิว Conservative ต่ออานิสงส์ของภาวะอากาศร้อนจัดในยุโรป แต่อย่างน้อยเราคาดคำสั่งซื้อจะยังขึ้นต่อเนื่องใน 3Q26 และลุ้นทรงตัวถึงโต y-y ได้ ขณะที่ภาพรวมต้นทุน 3Q26 น่าจะทรงตัว q-q ได้ และอาจเริ่มอ่อนลงเล็กน้อยใน 4Q26 ส่วนความเสี่ยงจากบรรจุภัณฑ์ขาดแคลนคลี่คลายลงมาก ปัจจุบันบริษัทมีสต็อกถึงสิ้น 3Q26

ปรับขึ้นเป็น ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ 38 บาท

แม้รายได้ปี 2026 อาจต่ำกว่าเป้าของบริษัทที่ 15% y-y แต่น่าจะใกล้เคียงหรือดีกว่าสมมติฐานของเราที่ 2.8% y-y และคาดจะกลับมาโตดี 13.3% y-y ในปี 2027 นอกจากนี้ จากสถานการณ์ด้านต้นทุนที่เริ่มทรงตัว ต้นทุนแพงสุดอยู่ใน 2Q26 แล้ว และรายได้ตะวันออกกลางดูดีกว่าที่เคยคาด ขณะที่ยังมีอินโดนีเซียช่วยหนุนใน 2H26 และ 2027 ทำให้เรามั่นใจต่อประมาณการกำไรปี 2026-27 มากขึ้น โดยคาดไว้ที่ 842 ลบ. (+8.5% y-y) และ 1.06 พันลบ. (+25.7% y-y) จึงปรับเพิ่ม Target PE สู่ระดับค่าเฉลี่ยของบริษัทที่ 14x และปรับเพิ่มราคาเป้าหมายปี 2026 เป็น 38 บาท ขณะที่ราคาหุ้น underperform สุดในกลุ่ม ยังต่ำกว่าก่อนสงคราม 7.3% และเทรดที่ 2026-27 PE ราว 11.6x และ 9.3% ต่ำสุดในกลุ่มเครื่องดื่ม จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น ซื้อ

- Advertisement -