บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
SCG DECOR (SCGD TB) (HOLD)
2Q26 setback, 2H26 recovery ahead
-
คาด 2Q26 ขาดทุนสุทธิที่ 288 ล้านบาท จากค่าใช้จ่าย one-time ในการปรับโครงสร้างธุรกิจ ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานปกติคาดเพิ่มขึ้น 6% q-q แต่ลดลง 7% y-y
-
การปรับขึ้นราคาขายคาดช่วยชดเชยต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น และช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้น แม้ปริมาณขายยังอ่อนแอ
-
คงคำแนะนำถือ โดยคาดผลประกอบการจะฟื้นตัวใน 2H26 พร้อมคาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสำหรับ 1H26 ที่ 3%
2Q26 ถูกกดดันจากค่าใช้จ่าย one-time ในการปรับโครงสร้างธุรกิจ
เราคาดว่า 2Q26 จะรายงานขาดทุนสุทธิ 288 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวราว 550 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของเครื่องจักรที่เกี่ยวข้องกับโครงการรวมฐานการผลิตของบริษัท โดยเป็นการรวมสายการผลิตกระเบื้องจาก 4 โรงงาน เหลือ 2 โรงงานในประเทศไทย (ประกาศ SET วันที่ 28 Apr) ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างที่เหลืออีกราว 130 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้ในปี 2027 หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว เราคาดกำไรจากการดำเนินงานปกติ 2Q26 ที่ 262 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% q-q แต่ลดลง 7% y-y
รายได้อ่อนตัว แต่อัตรากำไรยังได้รับแรงหนุน
เราคาดรายได้ 2Q26 อยู่ที่ 5.48 พันล้านบาท (-1% q-q, -5% y-y) โดยยอดขายในประเทศซึ่งเป็นสัดส่วนหลักของรายได้ยังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ท้าทาย เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศไทยมากกว่าคาด อย่างไรก็ตาม ปัจจัยดังกล่าวถูกชดเชยบางส่วนจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดเวียดนาม ซึ่งได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์กระเบื้องที่แข็งแกร่งและยอดขายส่งออกที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การปรับขึ้นราคาขายที่มีผลในเดือนเม.ย. เพื่อชดเชยต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นจากความขัดแย้ง คาดว่าจะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 26.8% ใน 2Q26 (เทียบกับ 26.4% ใน 1Q26 และ 28.3% ใน 2Q25)
คาด 2H26 ฟื้นตัวจากอุปสงค์ที่ดีขึ้นและต้นทุนที่ลดลง
เราคาดแนวโน้ม 2H26 จะปรับตัวดีขึ้นจาก 1H26 โดยมีปัจจัยสนับสนุน 3 ประการ ได้แก่ ประเด็นแรก ยอดขายคาดว่าจะทยอยฟื้นตัวจากอุปสงค์ในประเทศที่ดีขึ้น หลังภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเดือนมิ.ย. ขณะที่เวียดนามคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องและเข้าสู่ช่วง high season ใน 4Q26 ประเด็นที่สอง ด้านต้นทุน คาดราคาก๊าซธรรมชาติผ่านจุดสูงสุดในเดือนมิ.ย. และจะทยอยปรับลดลงในช่วง 3Q-4Q26 ขณะที่การปรับขึ้นราคาขายจะช่วยชดเชยต้นทุนพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง และประเด็นสุดท้าย เราไม่คาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายพิเศษที่มีนัยสำคัญเพิ่มเติมในปีนี้ หลังจากบันทึกค่าใช้จ่ายจากการปรับโครงสร้างธุรกิจแล้วใน 2Q26
คงคำแนะนำถือ ด้วยราคาเป้าหมาย 5.20 บาท
เราคงประมาณการกำไรปกติปี 2026 ที่ 943 ล้านบาท (-5% y-y) โดยผลประกอบการ 1H26 คาดคิดเป็น 54% ของประมาณการทั้งปีของเรา คงราคาเป้าหมายที่ 5.20 บาท และคำแนะนำถือ จากหุ้น upside ที่จำกัด ผลประกอบการ 2Q26 อ่อนแอ และเรายังมีมุมมองที่ยังระมัดระวังต่ออุปสงค์ในประเทศที่ยังซบเซา ขณะที่เราประเมินเงินปันผลต่อหุ้น (DPS) สำหรับ 1H26 ที่ 0.15 บาท คาดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผล 3%







