บล.ฟินันเซีย ไซรัส: 

TIDLOR HOLDINGS (TIDLOR TB)

2Q26E profit soften; spread improve

  • กำไร 2Q26E อ่อนตัวจาก credit cost ที่กลับสู่ระดับปกติ ขณะที่การดำเนินงานหลักยังแข็งแกร่ง

  • คงประมาณการ; spread ที่กว้างขึ้นจะช่วยหนุนกำไร 2H26

  • คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 23 บาท และ dividend yield ราว 5%

กำไร 2Q26E อ่อนตัวจาก credit cost ที่กลับสู่ระดับปกติ

เราคาดกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 1.49 พันลบ. ลดลง 7.8% q-q แต่เพิ่มขึ้น 14.7% y-y เนื่องจาก credit cost กลับสู่ระดับปกติที่ 2.24% จากระดับต่ำผิดปกติที่ 1.74% ใน 1Q26 ซึ่งสอดคล้องกับ guidance ของ TIDLOR โดยรวมคาดกำไรสุทธิ 1H26 อยู่ที่ 3.10 พันลบ. คิดเป็น 55% ของประมาณการทั้งปี 2026 ของเรา ขณะที่กำไรก่อนหักสำรอง (PPOP) คาดอยู่ที่ 2.48 พันลบ. เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงถูกชดเชยด้วย NII ที่แข็งแกร่งขึ้น ซึ่งน่าจะฟื้นตัวจากการเติบโตของสินเชื่อที่สูงขึ้น (2.2% q-q, 5.9% y-y) และจำนวนวันทำการที่กลับสู่ระดับปกติ เราคาด loan spread จะกว้างขึ้นเป็น 15.29% ขณะที่ cost of funds คาดทรงตัวที่ 3.22% โดยจะเริ่มเห็นการลดลงของต้นทุนทางการเงินที่ชัดเจนขึ้นใน 2H26 ขณะที่ค่าใช้จ่ายดำเนินงานน่าจะเพิ่มขึ้นตามฤดูกาล ทำให้ cost-to-income ratio อยู่ที่ 55.1% ซึ่งยังสอดคล้องกับ guidance ของผู้บริหาร

คุณภาพสินทรัพย์ยังเป็นไปตาม guidance

เราคาด gross NPLs จะเพิ่มขึ้น 4.0% q-q (แต่ลดลง 11.4% y-y) ส่งผลให้ NPL ratio ขยับขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.52% จาก 1.49% ณ สิ้น 1Q26 การเพิ่มขึ้นดังกล่าวน่าจะสะท้อนการชำระคืนเงินต้นที่สูงขึ้นภายใต้โครงการ YFWH การสิ้นสุดระยะเวลาผ่อนผันสำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมภาคใต้ และการเคลื่อนย้ายชั้นหนี้ตามปกติ ท่ามกลางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง อย่างไรก็ตาม NPL ratio ที่คาดไว้ยังอยู่ในกรอบ guidance ปี 2026 ของ TIDLOR ที่ 1.50-1.80% สอดคล้องกับประมาณการ credit cost ที่สูงขึ้นของเรา เราคาด coverage ratio จะทรงตัวในภาพรวม q-q ที่ 339.4% ณ สิ้น 2Q26

คงประมาณการ; แนวโน้ม 3Q26E ดีขึ้นจาก spread ที่กว้างขึ้น

เราคงประมาณการปี 2026-28 และคาดกำไรสุทธิเติบโตที่ CAGR 9.8% หนุนโดยการเติบโตของสินเชื่อเฉลี่ย 5-8-6.3% p.a. เราคาด loan spread จะค่อย ๆ ฟื้นตัว โดยจะเริ่มเห็นผลบวกที่ชัดขึ้นตั้งแต่ 2H26 เป็นต้นไป ขณะที่ยังคงสมมติฐาน credit cost แบบระมัดระวังที่ 2.60% สำหรับแนวโน้ม 3Q26 เราคาด momentum กำไรจะดีขึ้น หนุนจากการเติบโตของสินเชื่อที่เร่งตัวและ loan spread ที่กว้างขึ้น ซึ่งน่าจะชดเชยการกลับสู่ระดับปกติของ credit cost ได้

คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 23 บาท

เราคงคำแนะนำซื้อ และเลือก TIDLOR เป็นหุ้น top pick ของกลุ่ม ราคาเป้าหมายปี 2026 ที่ 23 บาท อิง valuation แบบ GGM โดยใช้ P/BV ที่ 1.81x, LT-ROE ที่ 16.2% และ COE ที่ 10.7% ราคาหุ้นปัจจุบันยังมี upside ที่น่าสนใจ และ dividend yield ราว 5% p.a.

- Advertisement -