บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
ICHITAN GROUP (ICHI TB)
แม้ต้นทุนขึ้น แต่กำไรยังได้ไปต่อ
-
แม้ต้นทุนเริ่มสูงขึ้น แต่คาดกำไร 2Q26 ยังโต q-q ได้ จากรายได้น้ำด่างทำนิวไฮต่อเนื่อง
-
ขยายคอขวดไลน์น้ำด่างแล้วเสร็จ กอปรกบ El Nino น่าจะช่วยหนุน 2H26
-
ปรับขึ้นเป็น ซื้อ เป้าใหม่ 16 บาท และ Div yield 6.5%
แนวโน้มกำไร 2Q26 ยังโต q-q ได้
คาดกำไรสุทธิ 2Q26 อยู่ที่ 292 ลบ. (+1.8% q-q, -28.4% y-y) หากไม่รวมกำไรขายที่ดินปีก่อน คาดกำไรปกติ +5.0% q-q, -6.3% y-y ฟื้น q-q ได้ ดีกว่าที่เคยคาดไว้ แม้เริ่มถูกกระทบจากต้นทุนบรรจุภัณฑ์สูงขึ้นราว 1 เดือน คาดอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเป็น 23.3% จาก 24.1% ใน 1Q26 และ 24.0% ใน 2Q25 แต่ถูกหักล้างด้วยรายได้ที่คาดโต 7.0% q-q และคาดบริษัทคุมค่าใช้จ่ายเข้มงวดมากขึ้น น่าจะยังทรงตัวต่ำใกล้เคียง 1Q26 และลดลง 15.6% y-y จึงคาด SG&A to sales จะลดลงเป็น 6.7% จาก 7.2% ใน 1Q26 และ 2Q25
น้ำด่างยังโตดี คาดทำนิวไฮต่อเนื่อง
คาดรายได้รวมโต q-q ได้ แต่น่าจะยังลดลง 8.8% y-y โดยคาดรายได้ในประเทศโต q-q และ y-y มาจากทั้งปัจจัยฤดูกาล และรายได้น้ำด่างที่คาดจะปรับขึ้นทำนิวไฮต่อเนื่อง คาดอยู่ที่ราว 300 ลบ. (+15% q-q) จะคิดเป็น 14.5% ของรายได้รวม แต่สาเหตุที่รายได้ลดลง y-y มาจากรายได้กัมพูชาที่หายไป และลูกค้า OEM (น้ำมะพร้าว) ที่ลดลงมาก เพราะลูกค้าเผชิญปัญหาจาก sentiment เชิงลบจากข่าวน้ำมะพร้าวปลอม และอยู่ระหว่างปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ จึงคาดรายได้ส่งออก+OEM เหลือเพียง 28 ลบ. (-11.1% q-q, -90.8% y-y) แต่บริษัทสามารถนำกำลังการผลิตของ OEM ไปผลิตน้ำด่างแทน ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตน่าจะยังขยับขึ้นเป็น 58% จาก 55% (แต่ลดลงจาก 67% ใน 2Q25)
เตรียมออกน้ำด่างรสชาติใหม่ และจะเริ่มรับรายได้ลูกค้า OEM
หากกำไร 2Q26 เป็นไปตามคาด บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 1H25 อยู่ที่ 578 ลบ. (-11.4% y-y) คิดเป็น 47.3% ของประมาณการทั้งปี แม้ปกติ 2H มักเป็นช่วง low season ของธุรกิจ แต่คาดปีนี้จะมีปัจจัยหนุนจาก 1) เตรียมออกน้ำด่างรสชาติใหม่ใน 2H26 2) คาดรับรู้รายได้ลูกค้า OEM น้ำด่างเจ้าแรกใน 3Q26 และ 3) อากาศร้อนจากภาวะ El Nino ทั้งนี้อยู่ระหว่าง test run เครื่องจักรขยายคอขวด คาดจะเริ่ม operate ภายใน 3Q26 และช่วยหนุนรายได้น้ำด่างและ OEM ได้เต็มที่ใน 2H26
ปรับขึ้นเป็น ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมายใหม่ 16 บาท
เรายังคาดกำไรสุทธิปี 2026 ที่ 1.225 พันลบ. (-8.0% y-y) ส่วนกำไรปกติคาดโต 4.6% y-y และคาดโตมากขึ้นในปี 2027 ราว 9.3% y-y จากต้นทุนที่น่าจะทยอยลดลง ด้วยผลกระทบจากสงครามที่น้อยกว่าคาด เราจึง Re-rate target PE ขึ้นเป็น 17x เท่ากับค่าเฉลี่ย 5 ปีย้อนหลัง ทำให้ได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 16 บาท และคาด dividend yield ราว 6.5% (อิง payout 100%) กอปรกับฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง D/E ratio เพียง 0.25x และคาด ROE สูงราว 21.5% บริษัทอยู่ระหว่างมองหาโอกาสการเติบโตในธุรกิจ Non-tea มากขึ้น อาจเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในระยะยาว








