บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
NEO CORPORATE (NEO TB)
ปรับตัวได้น่าประทับใจ
-
บริษัทสามารถเพิ่มส่วนแบ่งตลาด และปรับสูตรการผลิต ทำให้กำไร 2Q26 โตดีกว่าที่เคยคาดมาก
-
ปรับเพิ่มกำไรปี 2026 ขึ้น 27.3% แต่โมเมนตัมของกำไร 2H26 อาจไม่ได้ไปต่อ
-
ปรับขึ้นเป็น ซื้อลงทุน เริ่มเห็น upside ในระยะยาว
แนวโน้มกำไร 2Q26 อาจทำได้ดีกว่าที่เคยคาดมาก
คาดกำไรสุทธิ 2Q26 อยู่ที่ 197 ลบ. (+106.4% q-q, +144.8% y-y) ดีกว่าเดิมที่เคยคาดถึง 45% (เดิมคาดไว้ 136 ลบ.) มาจากผลบวกของไทยช่วยไทย, ต้นทุนน้ำหอมที่ลดลงมาก, การปรับสูตรอย่างเข้มข้น และการชะลอการออกสินค้าใหม่ เริ่มที่รายได้รวม เราคาดไว้ +10.6% q-q, +18.0% y-y จากไทยช่วยไทยหนุนรายได้ในประเทศทำนิวไฮ 2.79 พันลบ. (+7.5% q-q, +22.0% y-y) ซึ่งโตดีกว่าตลาดมาก (ตลาดโต 5-8% y-y) กอปรกบรายได้ส่งออกฟื้นตัวทั้งเวียดนามและลาว +62.1% q-q แต่ยังลดลง 13.2% y-y เพราะกัมพูชาหายไป คาดรายได้ส่งออกจะกลับมาโต y-y อีกครั้งใน 3Q26 เป็นต้นไป
แม้ต้นทุนสูงขึ้น แต่อัตรากำไรขั้นต้นยังขึ้นได้
แม้เผชิญต้นทุนสูงทั้งบรรจุภัณฑ์และ Surfactant (ราคา CPKO 1Q26 +8.9% q-q, +17.1% y-y) แต่คาดอัตรากำไรขั้นต้น 2Q26 อยู่ที่ 38.3% สูงขึ้นจาก 37.9% ใน 1Q26 และสูงกว่าเป้าที่ 36-38% ปัจจัยหนุนมาจาก 1) ราคาน้ำหอม (สัดส่วน 30% ของต้นทุนวัตถุดิบ หรือ 15% ของต้นทุนรวม) ที่ปรับลงพอควร จากปกติที่ราคาค่อนข้างทรงตัว ส่วนหนึ่งจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าในช่วงก่อนหน้า และ 2) ผลสำเร็จจากการปรับสูตรการผลิต (Rebalance) ช่วยลดผลลบจากต้นทุน Surfactant ที่สูงขึ้นได้อย่างน่าประทับใจ นอกจากนี้ บริษัทได้คุมค่าใช้จ่ายเข้มข้น โดยชะลอการออกสินค้าใหม่ และลดการทำโปรโมชั่น จึงคาด SG&A to sales จะลดลงเป็น 29.7% จาก 33.0% ใน 1Q26 และ 34.2% ใน 2Q25
ปรับเพิ่มกำไรปี 2026 จาก 2Q26 ที่ดีและน่าจะเป็นพีคของปีนี้
เรายังคงมุมมองเดิมว่า 2Q26 จะเป็นกำไรสูงสุดของปีนี้ เพราะ 3Q26 จะเริ่มรับรู้ค่าเสื่อมโรงงานใหม่ราว 25-30 ลบ./ไตรมาส (ลดลงจากแผนเดิม หลังขยายอายุการใช้สินทรัพย์) กระทบอัตรากำไรขั้นต้นราว 0.8%-1.0% จึงคาดกำไร 3Q26 จะลดลง q-q แต่จะโตสูง y-y เพราะยังได้ผลบวกของไทยช่วยไทยเต็มไตรมาส ส่วนแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ใน 2H26 น่าจะทรงตัวจาก 1H26 ได้ จากกำไร 2Q26 ที่ดีกว่าคาด จึงปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2026 ขึ้น 27.3% เป็น 541 ลบ. (-3.7% y-y)
ปรับเป้าขึ้นเป็น 23.5 บาท และแนะนำซื้อลงทุน
เราปรับเพิ่มเป้าปี 2026 เป็น 23.5 บาท (อิง PE เดิม 13x) แม้โมเมนตัมของกำไร 2H26 จะไม่ตื่นเต้น แต่เราประทับใจกับความสามารถในการเพิ่มส่วนแบ่งตลาดในยามที่ถูกกระทบจากสงคราม รวมถึงผลสำเร็จจากการปรับสูตรการผลิต หากราคาวัตถุดิบปรับลงในระยะถัดไป คาดอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เราคาดกำไรปี 2027-28 จะกลับมาโต 20.4% y-y และ 29.6% y-y ตามลำดับ ปัจจุบันเราคาดปันผลปี 2026 หุ้นละ 0.9 บาท (payout 50%) คิดเป็น yield 4.4% แต่หากบริษัทยังจ่ายในอัตราเดิมที่ 1.35 บาท (payout 75%) จะคิดเป็น yield 6.6% ซึ่งมีสภาพคล่องเพียงพอรองรับการจ่ายในอัตราดังกล่าว จึงปรับขึ้นเป็น ซื้อลงทุน และหากราคา CPKO ปรับลงได้ จะยิ่งเป็น catalyst ต่อราคาหุ้นในช่วงถัดไป








