บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Commodities Update
ความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้ง
Event
อัพเดตสินค้าโภคภัณฑ์ประจำสัปดาห์
Impact
ตลาดน้ำมันดิบ: ความตึงเครียดสหรัฐ-อิหร่านรอบใหม่ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent ทะลุ US$80/bbl
ราคาน้ำมันดิบ Brent ดีดตัวขึ้น 7% WoW เป็น US$74/bbl เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว (จาก US$69/bbl) หลังจากที่เกิดความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์รอบใหม่ระหว่างสหรัฐและอิหร่าน โดยสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศใส่อิหร่านรอบใหม่เมื่อคืนวันอังคารที่แล้ว และยกเลิกการอนุญาตให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันดิบไปยังตลาดโลก สถานการณ์กลับมาตึงเครียดมากขึ้นหลังจากที่อิหร่านโจมตีเรือพาณิชย์ที่เดินทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซใกล้ชายฝั่งโอมาน ซึ่งรวมถึงเรือบรรทุก LNG สัญชาติกาตาร์ และเรือบรรทุกน้ำมันสัญชาติซาอุดิอาระเบีย ทางด้านของอิหร่านตอบโต้การโจมตีของสหรัฐด้วยการยิงจรวดมิสไซล์ใส่ฐานทัพสหรัฐหลายแห่งทั่งภูมิภาค และประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซจนกว่าจะมีประกาศเป็นอย่างอื่น
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบ Brent ยังขึ้นต่อไปจนทะลุ US$80/bbl เมื่อวันจันทร์ หลังจากที่ประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐระบุว่าสหรัฐจะกลับมาใช้มาตรการปิดล้อมเรือของอิหร่านที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ในขณะเดียวกันเขายังกล่าวอีกว่าเส้นทางสัญจรทางน้ำจะยังเปิด “ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีอิหร่าน” และสหรัฐจะเก็บค่าผ่านทาง 20% จากเรือที่ใช้เส้นทางผ่านจุดยุทธศาสตร์ที่คับขันนี้
ตลาดโรงกลั่น: Spread ของน้ำมันเบนซินลดลง แต่ spread ของน้ำมันเครื่องบินและน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น WoW
GRM ในตลาดสิงคโปร์ (คำนวณโดย Thai Oil (TOP.BK/TOP TB)*) ลดลง 1% WoW เป็น US$20.3/bbl (จาก US$20.6/bbl) เพราะ spread ของน้ำมันเบนซินลดลง 11% WoW เป็น US$29.7/bbl แต่อย่างไรก็ตาม spread ของน้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้น 5% WoW เป็น US$51.4/bbl และ spread ของน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 9% WoW เป็น US$53.4/bbl หลังจากที่รัสเซียประกาศห้ามส่งออกน้ำมันดีเซลจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคมเพื่อรับมือกับปัญหาเชื้อเพลิงในประเทศขาดแคลน จากการที่ยูเครนใช้โดรนโจมตีโรงกลั่นหลายแห่งของรัสเซีย สำหรับโรงกลั่นในประเทศไทย เรามองลบกับการที่รัฐบาลยังคงแทรกแซงราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่น หลังจากที่กระทรวงพลังงานกลับมาสั่งลดราคาน้ำมันดีเซลหน้าโรงกลั่นอีก 1.40 บาท/ลิตร ระหว่างวันที่ 9 – 29 กรกฎาคม โดยทางกระทรวงประเมินว่ามาตรการล่าสุดจะเก็บเงินจากโรงกลั่นในประเทศได้ประมาณ 1.7 พันล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับมาตรการก่อนหน้านี้ที่ดำเนินการระหว่างวันที่ 9 เมษายน – 19 พฤษภาคม รัฐบาลจะเก็บเงินได้รวมกันประมาณ 1 หมื่นล้านบาทจากการแทรกแซงสี่รอบ
ตลาดปิโตรเคมี: Spread ของ HDPE, PP และ PET ลดลง WoW
Spread ของ HDPE ลดลง 18% WoW เป็น US$325/ton (จาก US$397/ton) และ spread ของ PP ลดลง 20% WoW เป็น US$366/ton (จาก US$456/ton) เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบแนฟทาสูงขึ้น ตามราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวสูงขึ้น ส่วนในตลาด polyester นั้น spread ของ PET ในเอเชียลดลง 10% WoW เป็น US$115/ton (จาก US$127/ton) แต่อย่างไรก็ตาม spread ของ PET ยังสูงกว่าระดับก่อนสงครามซึ่งอยู่ต่ำกว่า US$70/ton ทั้งนี้ถ้าหากสถานการณ์ความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นรอบใหม่ระหว่างสหรัฐและอิหร่านยังคงดำเนินต่อไป เราคาดว่า spread ของปิโตรเคมีจะฟื้นตัวขึ้น จากความกังวลที่กลับมาเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านอุปทานของวัตถุดิบแนฟทา







