บล.เอเซีย พลัส:
TIDLOR เติบโตอย่างสมดุล (Buy)
Flash Points
-
คาดกำไรสุทธิ 2Q69 ที่ 1.47 พันล้านบาท แม้ลด 9% QoQ จาก Credit cost กลับสู่ระดับปกติที่ 2.3% หลังงวดก่อนต่ำผิดปกติ แต่ยังอยู่ในกรอบเป้าหมายบริษัทฯ ที่ 2.2% – 2.8% ในเชิง YoY กำไรฯ ยังขยายตัว 13% โดยเบื้องต้นงบจะประกาศ 13 ส.ค.
-
สินเชื่อกลับมาเติบโตราว 1% QoQ หลังทรงตัวในงวดก่อน จากการขยายสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ซึ่ง 2H69 แนวโน้มสินเชื่อทยอยไต่ระดับตามฤดูกาล
-
กำไรก่อนสำรอง (PPOP) ที่ 2.5 พันล้านบาท เพิ่ม 7% YoY หนุนด้วยรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมฯ โดยเฉพาะนายหน้าประกัน บ่งชี้โครงสร้างรายได้กระจายตัวมากขึ้น
-
Loan spread ราว 15.3% (+ 40 bps YoY) จาก Yield on loan ที่ 18.6% (+ 20 bps) สะท้อนการใช้ Risk-based pricing ประกอบกับ Cost of fund ราว 3.3% (- 10 bps) ตามการ Repricing หุ้นกู้
-
NPL คาดที่ 1.54% จาก 1.47% ณ สิ้นงวดก่อน แม้ปรับขึ้นบ้างตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ยังอยู่ในกรอบบริหารจัดการที่ 1.5% – 1.8% ในขณะที่ Coverage ratio มีแนวโน้มยืนสูงสุดในกลุ่ม ที่ 328% พร้อมรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจได้ต่อเนื่อง
Impact Insight
-
หาก 2Q69 เป็นไปตามคาด จะทำให้กำไรสุทธิ 1H69F อยู่ที่ 3.1 พันล้านบาท (+24% YoY) คิดเป็น 57% ของประมาณการทั้งปีฝ่ายวิจัย และ 54% ของ BB Consensus จึงให้น้ำหนักไปทาง Upside ต่อประมาณการ มากกว่า Downside
-
กำไรสุทธิ 3Q69F กลับมาขยายตัว QoQ จากการเติบโตของสินเชื่อ ประกอบกับ Loan spread ที่มีแนวโน้มกว้างขึ้น หลังหุ้นกู้ต้นทุนสูงทยอย Repricing โดยกำไรสุทธิช่วง 2H69 มีแนวโน้มเติบโต YoY ทุกไตรมาส โดยเฉพาะ 4Q69 ที่ฐานกำไรต่ำในปีก่อน
-
ขณะที่ โครงการซื้อหุ้นคืน ซึ่งได้ดำเนินการซื้อหุ้นคืนแล้วราว 0.7% ของหุ้นทั้งหมด (ทั้งโครงการที่ 4.24% ของหุ้นทั้งหมด) และคาดกลับมาดำเนินการต่อได้หลังประกาศงบ ช่วยเพิ่ม Total Shareholder Return (TSR) ควบคู่กับการลดความผันผวนของราคาหุ้น
Execution
-
คงแนะนำ BUY แม้ราคาหุ้น YTD ปรับขึ้น 9% สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่ม แต่ยัง Laggard SET สะท้อน Upside ที่ยังเปิดอยู่ ขณะที่จุดเด่นของ TIDLOR ไม่ได้อยู่เพียงการเติบโตของกำไร แต่ยังอยู่ที่การบริหารเงินทุน (Capital management) เพื่อเสริมผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้น







