บล.ฟินันเซีย ไซรัส:

OSOTSPA (OSP TB)

ยังรักษาจุดแข็งได้อย่างเคย

  • คาดกำไร 2Q26 ยังทำได้ดีระดับ 1 พันลบ. หนุนโดยอัตรากำไรขั้นต้นที่อาจทำนิวไฮได้ต่อเนื่อง

  • สิ่งที่ยังดูฟื้นช้าคือ รายได้ในพม่า จากปัญหา Import License

  • คงราคาเป้าหมาย 19 บาท และคาด Dividend yield 5.4%

คาดอัตรากำไรขั้นต้น 2Q26 ทำนิวไฮต่อ

คาดกำไร 2Q26 ที่ 1.08 พันลบ. (-6.2% q-q, +7.5% y-y) น่าจะใกล้เคียงที่เคยคาด สิ่งที่ดีคืออัตรากำไรขั้นต้นน่าจะปรับขึ้นทำนิวไฮได้ต่อ ทั้งที่เริ่มเจอต้นทุนสูงขึ้นราว 1 เดือน แต่บริษัทเน้นบริหารจัดการเต็มที่ และลดการทำโปรโมชั่นลง จึงคาดอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 42.7% จาก 42.5% ใน 1Q26 และ 41.9% ใน 2Q25 และด้วยผลของการทำโปรโมชั่นน้อยลง ช่วยหักล้างต้นทุนค่าขนส่งที่สูงขึ้นได้ จึงคาดค่าใช้จ่ายจะสามารถทรงตัวต่ำ q-q และ -16.2% y-y ส่วน SG&A to sales คาดอยู่ที่ 22.4% ลดลงจาก 24.4% ใน 2Q25 แต่ขยับขึ้นจาก 21.9% ใน 1Q26

รายได้ในประเทศดี แต่อาจไม่สามารถหักล้างพม่าได้

สิ่งที่ไม่ดีคือ แนวโน้มรายได้รวม 2Q26 น่าจะลดลง 2.2% q-q, และ 8.9% y-y ผิดไปจากที่เคยคาดว่าจะโต q-q ได้ แม้คาดรายได้เครื่องดื่มในประเทศจะโตราว 4.0% q-q, 11.7% y-y โตได้ทั้งเครื่องดื่มชูกำลังและ functional drink และ คาดรายได้ personal care โตราว 8.0% q-q, 6.5% y-y ส่วนหนึ่งได้รับผลบวกจากไทยช่วยไทย แต่รายได้ในประเทศยังไม่สามารถหักล้างการอ่อนตัวลงของรายได้พม่าได้ โดยคาดจะเหลือราว 1.09 พันลบ. (-22.0% q-q, -45.9% y-y) มาจากผลกระทบของปัญหา Import License ที่มากขึ้นใน 2Q26 (1Q26 กระทบเพียงครึ่งเดือน) ส่วนลดลง y-y มากกว่า มาจากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนตามหลักบัญชี TAS21

คาดกำไร 2H26 ลดลง h-h แต่จะยังโต y-y

เรายังคงมุมมองเดิมว่าได้ผ่านจุดพีคของปีนี้แล้วใน 1Q26 และคาดกำไร 2H26 จะต่ำกว่า 1H26 โดยเฉพาะ 3Q26 ที่จะเริ่มรับรู้ต้นทุนที่สูงขึ้นเต็มไตรมาส ปัจจุบันสถานการณ์ Import license ในพม่าเริ่มดีขึ้น แต่ยังไม่ปกติ คาดจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป อาจเห็นฟื้นชัดอีกทีคือ 4Q26 อย่างไรก็ตาม ยังคาดกำไร 2H26 จะเติบโต y-y ได้ ทั้งฐานที่ต่ำในปีก่อน และประสิทธิภาพการจัดการด้านต้นทุนที่สูงขึ้น

คงประมาณการกำไรและราคาเป้าหมาย

เรายังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 ไว้ที่ 3.76 พันลบ. (+2.8% y-y) และคงราคาเป้าหมายที่ 19 บาท (อิง PE เดิม 15x) แม้ราคาหุ้นไม่มี Catalyst ที่น่าตื่นเต้น แต่ด้วยผลการดำเนินงานโตได้สม่ำเสมอ จุดแข็งอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ หลังจากนี้ หากพม่าเริ่มกลับมาฟื้น และต้นทุนจากสงครามเริ่มปรับลดลง เราคาดเห็นอัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นทำฐานใหม่ได้อีก และคาด Dividend yield ราว 5.4% จึงยังแนะนำ ซื้อ

- Advertisement -