บล.ฟิลลิป:
INDUSTRIAL ESTATE: รัฐบาลดึงการลงทุน 4 บริษัทใหญ่จากจีน
รัฐบาลโรดโชว์ดึงดูดการลงทุนจากบริษัทใหญ่ในจีน
รัฐบาลเดินสายโรดโชว์ดึงดูดการลงทุนในประเทศจีน มีการเจรจากับ 4 บริษัทใหญ่ของจีน เพื่อเร่งสร้างโอกาสจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ในการกระจายการลงทุนออกจากจีนมายังอาเซียน อีกทั้ง BOI พยายามจับคู่ธุรกิจไทย-จีน จะช่วยให้เกิดการลงทุนเพิ่มอีกจำนวนมากและได้เข้าไปเปิดสำนักงาน BOI ที่เมืองเฉิงตู โดยคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนเข้าไทยสูงถึง 7 หมื่นลบ.
โดย 4 บริษัทใหญ่ได้แก่:
บริษัท ฉางอาน ออโตโมบิล ทำธุรกิจ EV car รายใหญ่ของจีน
บริษัท อินโนไลท์ เทคโนโลยี เป็นผู้ผลิตโมดูลตัวรับส่งสัญญาณการสื่อสารด้วยแสงระดับไฮเอนด์ (Optical Transceivers) ชั้นนำของโลก เป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญในศูนย์ข้อมูล Data Centers และเครือข่าย AI
บริษัท อีออปตอลิงก์ เทคโนโลยี เป็นผู้ผลิตอุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณแสง (Optical Transceivers) ใช้ในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI, คลาวด์คอมพิวติง และศูนย์ข้อมูล Data Centers
บริษัท เสียวหมี่ คอร์ปอเรชัน ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านผ่านระบบอัจฉริยะ (IoT)
เมืองเฉิงตู เชื่อม จีน-ลาว-ไทย เป็นประโยชน์ต่อนิคม AMATA ในลาว
โดยมุมมองของเรา เมืองเฉิงตู เป็นเมืองเศรษฐกิจอยู่ในโซนตะวันตกของประเทศจีน สามารถเชื่อมโยงกับลาวและไทย ช่วยสร้างโอกาสต่ออุตสาหกรรมอาหารและอาหารแปรรูป โดย CP Group และ AMATA ได้ร่วมเดินทางเจรจาธุรกิจในการประชุมนี้ โดยปัจจุบัน AMATA อยู่ระหว่างการพัฒนานิคมในลาว
ธุรกิจเทคโนโลยีใหม่ๆที่เกี่ยวข้องกับ Data center เป็นโอกาสของ WHA
WHA ปัจจุบันมีนักลงทุนในธุรกิจ EV Car และ Data center รายใหญ่ ขยายฐานการผลิตเข้ามาในนิคมจำนวนมาก เป็นโอกาสกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับซัพพลายเชน อาทิ EV Car, Optical มีโอกาสที่จะขยายการลงทุนเข้ามายังพื้นที่ที่เป็นโซนเดียวกัน
ไทยกำลังก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมอนาคตในอาเซียน
การร่วมมือครั้งนี้เป็นการนำหลายเทคโนโลยีจากจีนเข้ามายังไทย โดยเฉพาะธุรกิจอุปกรณ์การส่งสัญญาณแสงมุมมองเดียวกับบทความก่อนหน้าของเรา จะทำให้ไทยกำลังก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมอนาคตในอาเซียน จากความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานและการเร่งตัวของการลงทุนด้วยนโยบาย Thailand fast pass ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เป็นโอกาสเชิงบวกต่อนิคมอุตสาหกรรม WHA, AMATA
ยังต้องติดตามมาตรา 301
ไทยยังคงต้องรอติดตามมาตรการเรียกเก็บภาษีจากสหรัฐฯมาตรา 301 ถูกเรียกภาษีเพิ่ม 12.5% ที่จะมีผลบังคับใช้ตามกำหนดใน 24 ก.ค. นี้ ซึ่งกระทบอุตสาหกรรมอาหารทะเลและแปรรูป เป็นหลัก ขณะที่ธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าอยู่ในขอบเขตของมาตรการแต่ทำให้สร้างความกังวลต่อภาคเอกชนถึงความไม่ชัดเจน ยังคงให้น้ำหนักในการลงทุนในหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม “เท่ากับตลาด”







