บล.พาย:
BANKING จิตวิทยาเชิงบวกจากกระแสปรับขึ้นดอกเบี้ย (NEUTRAL)
TOP PICK: KKP KBANK
เรามองว่าหุ้นธนาคารได้รับผลบวกเชิงจิตวิทยาต่อกระแสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางหลักของโลกในสัปดาห์นี้ อย่างไรก็ดี เรามองว่าไทยอาจยังไม่เร่งรีบปรับขึ้นดอกเบี้ยในปี 2026 แต่หากราคาน้ำมันทรงตัวระดับสูงยาวนานต่อเนื่องข้ามปี 2027 อาจเพิ่มโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของไทยในปี 2027 และเปิดโอกาสให้กำไรของธนาคารอาจปรับตัวสูงกว่าคาดได้ โดยเฉพาะกลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ ด้านผลการดำเนินงานในระยะสั้นยังไม่โดดเด่น คาดกำไรใน 2H26 และในปี 2026 ไม่เติบโต แต่จะกลับมาเติบโตราว 3% ในปี 2027 ขณะที่ Valuation SETBANK ปรับขึ้นเฉลี่ย 32% YTD ดีกว่า SET (+26% YTD) กลุ่มธนาคารซื้อขายที่ 1.0x PBV’26E (สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 0.85x) และ 11.1x P/E’26E (สูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปี ที่ 9.5x) ทำให้ผลตอบแทนการลงทุนค่อนข้างจำกัดเทียบกับมูลค่าพื้นฐานในปี 2026 คงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” เลือก KKP KBANK เป็น Top pick
สงครามเป็นปัจจัยหลักเร่งอัตราเงินเฟ้อ
-
ในรอบ 10 ปี สงครามเป็นปัจจัยหลักเร่งอัตราเงินเฟ้อ สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครนในปี 2022 และสงครามระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน เริ่มในปลาย 1Q26 กดดันราคาน้ำมันดิบ Brent เพิ่มขึ้นสูงกว่าค่าเฉลี่ย 10 ปีที่ US$71.1/บาร์เรล โดยตั้งแต่เกิดสงครามในระหว่างสหรัฐ-อิหร่าน ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับสูงกว่าระดับ +1SD ที่ US$89.1/บาร์เรล โดยค่าสหสัมพันธ์ของ Brent และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐ รวมทั้ง CPI ของไทยมีสหสัมพันธ์บวกสูง +0.67 ถึง +0.79
-
ค่าสหสัมพันธ์ระหว่างดัชนีผู้บริโภค (CPI) และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรุ่นระยะ 2 ปี และ 10 ปี ของทั้งสหรัฐ และไทยมีความสัมพันธ์บวกต่ำ (+0.1 ถึง +0.4) สะท้อนว่าอัตราเงินเฟ้อไม่ใช่ปัจจัยเดียวกำหนดทิศทางผลตอบแทนพันธบัตร แต่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่น เช่น นโยบายการเงิน การคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ รวมทั้งอุปสงค์และอุปทานพันธบัตรในแต่ละช่วงเวลา
-
ค่าสหสัมพันธ์ระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทย (ระยะ 2 ปี และ 10 ปี) ความสัมพันธ์บวกต่ำ (+0.2 ถึง +0.3) กับ SETBANK ธนาคารส่วนใหญ่มีความสัมพันธ์บวกกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตร โดย BBL TTB มี ความสัมพันธ์บวก (+0.4) ที่สูงกว่าธนาคารแห่งอื่น เช่น KBANK KKP TTB SCB TCAP TISCO ที่มีความสัมพันธ์บวก (+0.1 ถึง +0.3) เท่านั้น
-
คาดธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็น 3.75%-4.00% ในการประชุมวันที่ 15-16 ก.ย. และแนวโน้มอาจจะปรับขึ้นอีกต่อเนื่องในอนาคตหากสงครามระหว่างสหรัฐ-อิหร่านยังไม่มีข้อยุติ และช่องแคบฮอร์มุซยังไม่สามารถกลับมาเปิดขนส่งน้ำมัน และ LPG เป็นปกติจนกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ดี คาด กนง. อาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1% สิ้นปี 2026 แต่เพิ่มโอกาสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2027 เพื่อดูแลด้านเสถียรภาพ และการบริหารกระแสเงินทุนที่เหมาะสม
-
อัตราดอกเบี้ยนโยบายและ NIM ของกลุ่มธนาคารมีความสัมพันธ์บวกสูง +0.9 สะท้อนว่าหากธนาคารไทยต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจเป็นปัจจัยเพิ่มความสามารถการทำกำไรของกลุ่มธนาคารสูงกว่าคาดได้ในอนาคต
-
คาด NIM เฉลี่ยของกลุ่มธนาคารมีแนวโน้มทรงตัวใน 2H26 ส่งผลให้ NIM เฉลี่ยในปี 2026 ปรับลดลงราว 30 bps YoY ที่ 2.8% กดดันให้กำไรสุทธิรวมในปี 2026 มีแนวโน้มปรับลดลงราว 1% YoY
-
ในปี 2027 คาดกำไรสุทธิรวมจะกลับมาขยายตัวราว 3% YoY ที่ 240 พันลบ. ในปี 2027 หนุนจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิกลับมาขยายตัวล้อกับสินเชื่อที่เติบโตต่อเนื่อง และรายได้ค่าธรรมเนียมเติบโต
ให้น้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” KKP KBANK เป็น Top pick
ให้น้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” กระแสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นผลบวกเชิงจิตวิทยาการลงทุนมากกว่าปัจจัยพื้นฐานต่อกลุ่มธนาคาร เพราะมองว่า กนง. ยังไม่เร่งรีบปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2026 แต่เพิ่มโอกาสของไทยในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปี 2027 ที่อาจเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตที่อาจดีกว่าคาดได้ เลือก KKP เป็นหุ้นเด่น จากความสามารถทำกำไรสูง คุณภาพสินเชื่อแข็งแกร่ง และ (3) ผลตอบแทนเงินปันผลสูง และ KBANK หนุนจากกำไรเติบโตในปี 2026 ราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี และ มีโอกาสในการจ่ายเงินปันผลพิเศษเพิ่มอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงขึ้นกว่าคาดได้ ขณะที่ BBL แม้แนวโน้มผลการดำเนินงานในปี 2026 จะอ่อนแอ แต่เรามีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นจาก Valuation ไม่แพง และจิตวิทยาเชิงบวกจากกระแสการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย








