บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
BCPG (BCPG TB)
2Q26 กำไรอ่อนแอ แต่จะกลับมาโต 3Q26
-
คาดกำไร 2Q26 อ่อนแอ จากส่วนแบ่งกำไรที่ลดลงจากโรงไฟฟ้าลมในลาวและก๊าซฯ ในสหรัฐ
-
คาดโมเมนตัมกำไรสุทธิ 3Q26 จะเติบโตสูงจากกำไรจากการขายโรงไฟฟ้าสหรัฐ คงประมาณการกำไรปี 2026-28 – รอการลงทุนใหม่หลังขายเงินลงทุนบางส่วนในสหรัฐ
-
คงคำแนะนำ “ซื้อ” และคงราคาเป้าหมาย 8.50 บาท
คาดกำไร 2Q26 อ่อนแอ จากส่วนแบ่งกำไรที่ลดลงจากโรงไฟฟ้าลมในลาวและก๊าซฯ ในสหรัฐ
เราคาดกำไรปกติ 2Q26 อยู่ที่ 170 ลบ. ลดลง 73% q-q แต่ยังเพิ่มขึ้น 61.5% y-y โดยการลดลง q-q ถูกกดดันจากปริมาณขายไฟรวมที่อ่อนตัวลงตามฤดูกาล ทั้งจากโรงไฟฟ้าพลังลม Monsoon ในลาว และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ รวมถึงผลกระทบจากการหยุดเดินเครื่องเพื่อทำ rotor upgrade ที่โรงไฟฟ้า Hamilton แม้โรงไฟฟ้าพลังน้ำมีปริมาณผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้นตามปริมาณน้ำในเขื่อนที่สูงขึ้นในช่วงฤดูฝน แต่ช่วยชดเชยได้เพียงบางส่วน ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมคาดอยู่ที่ 450 ลบ. ลดลง 53.6% q-q จากผลประกอบการของโรงไฟฟ้าพลังลมในลาวที่อ่อนตัวลงมากตามฤดูกาลจนพลิกเป็นขาดทุน และปริมาณผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ ที่ลดลงตามฤดูกาลและการหยุดเดินเครื่องเพื่อ upgrade อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรยังเพิ่มขึ้น 39.7% y-y หนุนจากโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐที่ยังได้รับประโยชน์จากการปรับขึ้นค่าไฟตั้งแต่ 3Q25 ส่วนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานคาดเพิ่มขึ้นทั้ง q-q และ y-y ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายลดลงมากจากยอดหนี้ที่ลดลงหลังจ่ายคืนเงินกู้ก่อนกำหนด ทั้งนี้ คาดว่าจะมียอดรายการพิเศษเป็น FX loss จาก hedging ราว 25 ลบ. เทียบกับ 2Q25 ที่มีขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ 560 ลบ. และ FX loss 134 ลบ. ดังนั้น เราคาดกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 145 ลบ. ลดลง 79.9% q-q แต่พลิกจากขาดทุนสุทธิ 651 ลบ. ใน 2Q25
คาดโมเมนตัมกำไร 3Q26 จะเติบโตสูงจากกำไรจากการขายโรงไฟฟ้าสหรัฐ
เราคาดกำไรสุทธิ 3Q26 จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการบันทึกรายการพิเศษเป็นกำไรราว 1.7 พันลบ. จากการขายหุ้น 25% ในโครงการโรงไฟฟ้า Hamilton จำนวน 2 แห่ง ซึ่งคาดว่าจะปิดดีลได้ราวสิ้น 3Q26 หากไม่รวมรายการพิเศษ เราคาดกำไรปกติ 3Q26 อยู่ที่ราว 600-650 ลบ. เพิ่มขึ้น q-q และทรงตัว y-y หนุนจากโรงไฟฟ้าก๊าซ Hamilton ในสหรัฐ กลับมาเดินเครื่องตามปกติ รวมถึงการปรับขึ้นค่าไฟพร้อมใหม่ หรือ capacity prices อีกราว 5-10% ซึ่งจะช่วยหนุนกำไรจากโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ นอกจากนี้ ผลประกอบการของโรงไฟฟ้าพลังน้ำคาดว่าจะดีขึ้นตามช่วง high season อย่างไรก็ตาม เราคาดกำไร 4Q26 จะชะลอตัวอีกครั้ง จากส่วนแบ่งกำไรที่ลดลงราว 50% ทั้ง q-q และ y-y หลังการขายหุ้นทำให้กำลังผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าก๊าซในสหรัฐฯ ลดลงราว 50% แม้ว่าจะได้รับการชดเชยบางส่วนจากกำไรของโรงไฟฟ้าพลังลมในลาวที่เข้าสู่ช่วง high season
คงประมาณการกำไรปี 2026-28 – รอการลงทุนใหม่หลังขายเงินลงทุนบางส่วนในสหรัฐ
เราคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 ที่ 3.26 พันลบ. โดยปัจจัยหลักมาจากกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน 25% ในโครงการโรงไฟฟ้า Hamilton จำนวน 2 แห่ง มูลค่ารวมราว 1.36 หมื่นลบ. บริษัทคาดว่าการขายดังกล่าวจะมีกำไรราว 1.6 เท่าของเงินลงทุนเดิม ซึ่งเราประเมินว่าจะรับรู้กำไรพิเศษหลังหักภาษีสุทธิราว 1.7 พันลบ. หลังการขายเงินลงทุน กำลังการผลิตจากโรงไฟฟ้าในสหรัฐฯ ทั้ง 2 แห่งจะลดลงเหลือ 431MW จาก 857MW ตั้งแต่ 4Q26 เป็นต้นไป ส่งผลให้กำลังการผลิตรวมในพอร์ตลดลงมาอยู่ที่ราว 1GW หากไม่รวมรายการพิเศษดังกล่าว เราคาดกำไรปกติปี 2026 อยู่ที่ 1.56 พันลบ. เพิ่มขึ้น 82.6% y-y
คงแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมาย 8.50 บาท
คงคำแนะนำ ซื้อ และราคาเป้าหมายเป็น 8.50 บาท (SoTP) แม้กำลังผลิตรวมจะลดลงจากการขายหุ้นโรงไฟฟ้าก๊าซบางส่วนในสหรัฐ แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าเงินที่ได้รับจากการขายกว่า 1.36 หมื่นล้านบาท ยังเป็นโอกาสสร้างการเติบโตใหม่ ปัจจุบันซื้อขายที่ระดับ P/E ต่ำกว่า -2SD ขณะที่คาดกำไรหลักจะเติบโต 82.6% และ13.9% ในช่วงปี 2026–2027







