บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
Kasikornbank (KBANK.BK/KBANK TB)*
ผลประกอบการ 2Q69: กลับมาขยายสินเชื่ออย่างแข็งแกร่ง (Outperform Maintained)
Event
ผลประกอบการ 2Q69, อัพเดตแนวโน้ม, ปรับประมาณการกำไรเล็กน้อย และ ขยับราคาเป้าหมาย
Impact
กำไรใน 2Q69 และ 1H69 โตเพราะรายได้ค่าธรรมเนียม
กำไรสุทธิของ KBANK ใน 2Q69 อยู่ที่ 1.32 หมื่นล้านบาท (-10% QoQ +6% YoY) ดีกว่า consensus 7% แต่ต่ำกว่าประมาณการของเรา 10% เพราะค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และ ค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองสูงเกินคาด กำไรที่ลดลง QoQ สะท้อนถึงฐานที่สูงของกำไรใน 1Q69 ซึ่งมีกำไรพิเศษจากการลงทุน ส่วนกำไรที่เพิ่มขึ้น YoY สะท้อนถึงรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ทั้งนี้ กำไรในงวด 1H69 อยู่ที่ 2.7 หมื่นล้านบาท (+6%) คิดเป็น 55% ของประมาณการกำไรเต็มปีของเรา
กลับมาขยายสินเชื่ออย่างแข็งแกร่ง ในขณะที่ NIM ลดลงเพียงเล็กน้อย
KBANK ขยายสินเชื่ออย่างแข็งแกร่ง โดยสินเชื่อขยายตัว 4% QoQ และ 3% YTD ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ ไม่ปล่อยสินเชื่อรายย่อย ทั้งนี้การโตสินเชื่อ และ ปรับโครงสร้างสินเชื่อไปเน้นสินเชื่อที่ให้ยีล์ดสูงขึ้นช่วยรักษาสมดุลของยีล์ดสินเชื่อ และ NIM ให้ลดลงเพียง 5bps QoQ และ 15bps YTD ดังนั้น NII จึงลดลง 2% QoQ, 9% YoY ใน 2Q69 และ ลดลง 9% ในงวด 1H69.
รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง (+4% QoQ, +27% YoY และ +22%ใน 1H69)
รายได้ค่าธรรมเนียมยังคงเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง นำโดยค่าธรรมเนียม wealth management (คิดเป็นมากกว่า 1/3 ของรายได้ค่าธรรมเนียมทั้งหมด) ในทำนองเดียวกัน รายได้จากการค้าหลักทรัพย์ และ กำไร FVTPL ยังคงสูง และ เร่งตัวขึ้น ซึ่งช่วยชดเชยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 8% QoQ โดยธนาคารบอกว่าค่าใช้จ่ายส่วนนี้เพิ่มขึ้นจากต้นทุนผันแปรที่เพิ่มขึ้นตามรายได้
NPL และ คชจ.สำรองฯ (credit cost) ค่อนข้างทรงตัว โดยมีส่วนรองรับหนี้เสียเพิ่มขึ้น
NPL ทรงตัวสอดคล้องกับโครงการปรับโครงสร้างหนี้ที่ทรงตัว ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวดำเนินมาสามไตรมาสติดต่อกันแล้ว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากธนาคารยังคงมองแนวโน้มการเติบโตในประเทศแบบระมัดระวังใน 2H69 ธนาคารจึงกำหนด credit cost ที่ 1.6% ใน 2Q69 และ 1H69 หรือ ที่ขอบบนของช่วงเป้าหมายปีนี้ที่ 1.4-1.6% ซึ่งการกำหนด credit cost ไว้ที่ขอบบนทำให้สัดส่วน NPL coverage เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 174% (จาก 172% ใน 1Q69 และ 163% ใน 4Q68)
ปรับประมาณการกำไรปี 2569F 3%(คงประมาณการปี 2570F) และ ปรับเพิ่มราคาเป้าหมายที่ 275 บาท
เราปรับประมาณการอัตราการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมเป็น 15% (จากเดิม 10%) และ re-rate PBV ของ KBANK เป็น 1.1x (จากเดิม 1.0x) โดยขยับไปใช้กำไรในอีก 12 เดือนข้างหน้า ทำให้ได้ราคาเป้ามาย 12 เดือนใหม่ที่ 275 บาท (เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 245 บาท) และ คงคำแนะนำซื้อ ทั้งนี้ เรามองบวกกับ KBANK จากความสามารถในการเกาะกุมโอกาสในการขยายสินเชื่อตามภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้น และ อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงเพื่อบริหารจัดการเงินทุน
Risks
NPLs เพิ่มขึ้น และ credit cost สูงกว่าที่วางแผนไว้, NIM ถูกกดดัน.







