บล.เคจีไอ (ประเทศไทย):
BBGI Pcl. (BBGI.BK/BBGI TB)
รับอานิสงส์จากกระแส B7! (Outperform‧Maintained)
Event
ประมาณการ 2Q69F, ปรับเพิ่มประมาณการกำไรเต็มปี และปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย
Impact
คาดว่ากำไรใน 2Q69F จะพลิกจากขาดทุนสุทธิ YoY และเพิ่มขึ้น 34% QoQ
เราคาดว่ากำไรสุทธิของ BBGI ใน 2Q69F จะอยู่ที่ 353 ล้านบาท (ฟื้นตัวขึ้นจากที่ขาดทุนสุทธิ 40 ล้านบาทใน 2Q68, +34% QoQ) ผลประกอบการที่ดีขึ้นทั้ง YoY และ QoQ จะเป็นเพราะกำไรที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจไบโอดีเซลเป็นหลัก เราคาดว่ารายได้จากไบโอดีเซลจะพุ่งสูงขึ้น 66% YoY และ 40% QoQ เป็น 4.8 พันล้านบาท จากปริมาณยอดขายไบโอดีเซลที่เพิ่มขึ้น 39% YoY และ 22% QoQ เป็น 115 ล้านลิตร หลังจากที่กระทรวงพลังงานเพิ่มส่วนผสมของไบโอดีเซลภาคบังคับในน้ำมันดีเซลจาก B5 เป็น B7 ระหว่างวันที่ 14 มีนาคม – 13 กันยายน 2569 นอกจากนี้ เรายังคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นของไบโอดีเซลของ BBGI จะเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ โดยจะได้แรงหนุนจาก i) การแข่งขันที่ลดลงในธุรกิจไบโอดีเซลของไทยภายใต้นโยบายน้ำมันดีเซล B7 และ ii) ราคาอ้างอิงไบโอดีเซลสูงขึ้นเป็น 42.3 บาท/กก. (+19% YoY, +14% QoQ) แต่อย่างไรก็ตาม เราคาดว่ากำไรจากธุรกิจเอทานอลจะลดลงเล็กน้อยเนื่องจาก i) ปริมาณยอดขายเอทานอลลดลงเป็น 67 ล้านลิตร (-2% QoQ) และ ii) อัตรากำไรขั้นต้นของเอทานอลลดลง QoQ แม้ว่าจะยังอยู่ในเกณฑ์ดีที่ระดับสูงกว่า 10%
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569F-2570F ขึ้นอีก 88%/46%
เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ BBGI ในปี 2569F ขึ้นอีก 88% เป็น 990 ล้านบาท (จาก 527 ล้านบาท) และปี 2570F ขึ้นอีก 46% เป็น 1.0 พันล้านบาท (จาก 717 ล้านบาท) ซึ่งหลักๆ มาจากการที่อัตรากำไรขั้นต้นของเอทานอลเพิ่มขึ้น โดยเราได้ปรับเพิ่มสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นของเอทานอลปี 2569F จาก 2.5% เป็น 10.0% และปี 2570F จาก 3.5% เป็น 8.0% เพื่อสะท้อนถึง i) ต้นทุนกากน้ำตาลซึ่งเป็นวัตถุดิบที่ลดลงในปีนี้, ii) ประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นของโรงงานเอทานอลของ BBGI และ iii) ราคาขายอ้างอิงของเอทานอลที่สูงขึ้น ดังนั้นเราจึงปรับเพิ่มสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นของ BBGI (รวมทั้งธุรกิจไบโอดีเซลและเอทานอล) ในปี 2569F จาก 4.7% เป็น 6.7% และปี 2570F จาก 5.0% เป็น 6.2%
Valuation & action
เราขยับไปใช้ราคาเป้าหมาย 1H70F ที่ 7.00 บาท เพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 5.45 บาท เพื่อสะท้อนถึงการปรับเพิ่มประมาณการกำไร ซึ่งมีผลบวกมากกว่าผลกระทบจากการปรับลด PE เป็น 10.0x (จาก 15.0x) เราปรับลด PE ลงเพื่อสะท้อนถึงความคาดหมายว่าอัตราการเติบโตของกำไรจะชะลอลงมาอยู่ที่ 5.5% ในปี 2570F จาก 250% ในปี 2569F เรายังคงคำแนะนำซื้อ และยังคงเลือก BBGI เป็นหนึ่งในหุ้นเด่นของเราในกลุ่มพลังงาน โดยจะได้แรงหนุนจาก i) ผลประกอบการที่แข็งแกร่งขึ้นในปี 2Q69F และ ii) การเริ่มเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงงาน SAF เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม ซึ่ง BBGI ถือหุ้นในโครงการนี้ 20%
Risks
ความผันผวนของ margin เอทานอลและไบโอดีเซล รวมถึงปริมาณยอดขายของทั้งสองผลิตภัณฑ์ และ ความเสี่ยงทางด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอดีตผู้รับเหมาหลักของโครงการ SAF







