บล.เอเซีย พลัส:
SCB 1H ตามแผน…แต่ยังต้องติดตาม (Trading)
Flash Points
-
กำไรสุทธิ 1H69 ที่ 2.1 หมื่นล้านบาท ลด 16% YoY จาก NII ตามการลงดอกเบี้ยช่วงที่ผ่านมา โดยกำไรฯ คิดเป็นสัดส่วน 51% / 50% ของประมาณการทั้งปีฝ่ายวิจัยและตลาด
-
NPL / Loan สิ้น 2Q69 ลงมาที่ 3.8% แต่เป็นผลจากการ Write-off (WO) และขาย NPL รวมกัน 2.3 หมื่นล้านบาท (1Q69 ที่ 8.9 พันล้านบาท) แม้บ่งชี้การเร่งบริหารจัดการเชิงรุก แต่ Coverage ratio ลดลงเหลือ 152% (1Q69 ที่ 155%) สะท้อนไส้ในคุณภาพสินทรัพย์ยังไม่เสถียร
-
Credit cost ทรงตัว YoY ที่ 1.6% อยู่กรอบบนของกรอบเป้าหมายทั้งปีที่ 1.35%-1.55% ภายใต้คุณภาพสินทรัพย์ที่ยังมีความไม่แน่นอน ทำให้ทิศทาง Credit cost ช่วง 2H69 มีแนวโน้มทรงตัวใกล้ระดับ 1H69 เป็นอย่างน้อย
-
ROE งวด 1H69 อยู่ที่ 8.7% จาก 10.4% งวด 1H68 ตามการชะลอตัวของกำไรฯ
-
โดยสรุป แม้กำไรฯ 1H69 ยังเป็นไปตามประมาณการ แต่คุณภาพสินทรัพย์ยังเป็นตัวแปรสำคัญต่อประมาณการในระยะถัดไป
Impact Insight
-
ภายใต้ประมาณการทั้งปีฝ่ายวิจัย ระดับกำไรฯ ช่วง 2H69F เฉลี่ยจะอยู่ที่ราว 1 หมื่นล้านบาทต่อไตรมาส (หากอิง BB Consensus เฉลี่ยอยู่ที่ 1.07 หมื่นล้านบาท) เทียบกับ 1.1 หมื่นล้านบาทต่อไตรมาสช่วง 2H68 สอดคล้องกับทิศทาง NII ยังฟื้นตัว QoQ อย่างค่อยเป็นค่อยไป ตามดอกเบี้ยนโยบายที่ทรงตัวและมุมมอง Credit cost ข้างต้น
-
บนสมมติฐาน Dividend payout ratio ที่ 80% เงินปันผลต่อหุ้นปี 2569F – 70F อยู่ที่ 9.92 บาท และ 10.44 บาท ตามลำดับ มองเป็นปัจจัยช่วยลดความผันผวนของราคาหุ้น
-
เมื่อเทียบกับ ธ.พ. ใหญ่อื่น ระดับ ROE 1H69 ของ SCB ที่ 8.7% เทียบกับ KBANK ที่ 9.6% และ KTB ที่ราว 10.7%ขณะที่ Coverage ratio ของ SCB ที่ 152% เทียบ KTB ที่ 202% และ KBANK ที่ 163% สะท้อน ROE และกันชนรองรับความเสี่ยงยังไม่โดดเด่น
-
อิง GGM (ROE ที่ 9% ) ให้ PBV ที่ 1.1 เท่า ได้ FV ปี 2570 ที่ 160 บาท
Execution
-
คงแนะนำ Trading ในกรอบช่วงใกล้ประกาศปันผลระหว่างกาล (1H69F ที่ 2 บาทต่อหุ้น) ด้านราคาหุ้นหลังประกาศงบปรับฐานแล้วราว 5% และมี Div Yield ช่วยพยุงราคา
-
เชิงกลยุทธ์ยังให้น้ำหนักกับ KTB และ KBANK มากกว่า จากความยืดหยุ่นของผลประกอบการและกันชนรองรับความเสี่ยงที่ดีกว่า







