บล.ฟินันเซีย ไซรัส:
CK POWER (CKP TB)
2Q26 กำไรไม่ตื่นเต้น แต่เริ่มเข้าสู่พีคใน Q3
-
คาดกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 136 ลบ. ลดลง 24.4% q-q และ 77.7% y-y จากรายการพิเศษและผลกระทบของ FX จากบาทอ่อน แต่กำไรปกติจะอยู่ที่ 218 ลบ. +87.5% q-q แต่ -38.3% y-y
-
แนวโน้ม 3Q26 จะเร่งขึ้นจาก Peak season แต่เรามีมุมมองที่ระมัดระวังเพิ่มขึ้นจากที่เริ่มเห็นปรากฏการณ์เอลนีโญปลายปีนี้ อาจส่งผลกระทบในปีหน้า
-
คงประมาณการและราคาเป้าหมาย 3.90 บาท (SOTP รวมโครงการหลวงพระบาง 1.3 บาท)
คาดกำไรสุทธิ 2Q26 ลดลง q-q, y-y หลัก ๆมาจากรายการพิเศษและผลกระทบจาก FX
เราคาดกำไรสุทธิ 2Q26 ที่ 136 ลบ. ลดลง 24.4% q-q และ 77.7% y-y โดย q-q ที่ลดลง หลักๆมาจากส่วนแบ่งกำไรในบริษัทร่วมที่ลดลง โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าไซยะบุรีที่มีกำไรลดลงเพราะไม่มีรายการพิเศษที่เป็นกำไรจากการ Refinance เหมือน 1Q26 แม้กำไรปกติดีขึ้นจากปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่สูงขึ้นตามปริมาณการไหลของน้ำที่เพิ่มขึ้น และโรงไฟฟ้าหลวงพระบางมีผลขาดทุนจาก FX ลดลงจากค่าเงินบาทอ่อนบนหนี้ที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์ อีกทั้ง CKP มีกำไรจาก FX บนงบการเงินรวมลดลง จากค่าเงินบาทที่อ่อนน้อยกว่า 1Q26 สำหรับกำไรที่ลดลง y-y มาจากส่วนแบ่งกำไรในบริษัทร่วมที่ลดลงมาก โดยส่วนใหญ่เป็นผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ของโครงการหลวงพระบาง—นอกจากนี้คาดว่าโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 จะมีกำไรลดลงจากปริมาณการผลิตไฟฟ้าที่ลดลง 6% q-q และ 25% y-y อยู่ที่ 393 ล้านหน่วย ขณะที่โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (BIC) คาดมีรายได้และกำไรดีขึ้น q-q แต่ลดลง y-y เพราะ Margin แคบลง ต้นทุนค่าก๊าซที่ปรับขึ้น ส่วนค่าใช้จ่ายการดำเนินงานและดอกเบี้ยจ่ายทรงตัว หากไม่รวมรายการพิเศษและ FX คาดมีกำไรปกติอยู่ที่ 218 ลบ. +87.5% q-q แต่ -38.3% y-y หลักๆมาจากโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2 มีกำไรลดลง
คาดเอลนีโญจะเริ่ม 4Q26 ดังนั้นจึงเชื่อว่ากำไร 3Q26 ยังดีที่สุดของปีและใกล้เคียงกับปีก่อน
จากระดับน้ำในแม่น้ำโขงที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ เนื่องจากกรระบายน้ำเพื่อผลิตไฟฟ้าจากจีนและลาวตอนบน ส่งผลให้เขื่อนไซยะบุรีมีน้ำไหลเข้าในเกณฑ์ดีและผลิตไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องใน 2Q26 และดีกว่าปีช่วง 2Q25 ล่าสุดปริมาณน้ำในเขื่อนของเดือนก.ค. 2026 ของเขื่อนไซยะบุรียังมีปริมาณการไหลของน้ำดีกว่าปีก่อน แต่อาจต้องรอเดือน ส.ค.-ก.ย. ที่เป็นหน้ามรสุม ว่าปริมาณการไหลของน้ำจะสูงใกล้เคียงกับปีก่อนหรือไม่ เนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังเริ่มขึ้นปลายปีนี้ ซึ่งอาจทำให้ประมาณการปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำและการไหลของน้ำปีนี้จะต่ำกว่าปีก่อนในช่วง 4Q26-1Q27 ดังนั้นผลกระทบของเอลนีโญน่าจะเห็นผลในปีหน้า และเชื่อว่ากำไร 3Q26 ยังเป็นช่วงที่ดีที่สุดของปีและใกล้เคียงกับปีก่อน
คงประมาณการกำไรสุทธิปี 2026 แต่ปี 2027-28 จะยังท้าทายกับปรากฏการณ์เอลนีโญ
เรายังคงคาดกำไรสุทธิปี 2026 อยู่ที่ 1.7 พันลบ. แม้ประมาณการของเราอาจมี downside จากปรากฏการณ์เอลนีโญ แต่คาดว่าผลการปรับระยะเวลาในการชำระคืนหนี้ของโครงการไซยะบุรีจะทำให้ผลประกอบการดีกว่าที่เราคาดไว้ก่อนหน้านี้ นอกจากนี้กำไรจะผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่จะมีผลกระทบต่อเงินกู้ในโครงการหลวงพระบางที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง
คงคำแนะนำ “ซื้อ” คงราคาเป้าหมาย 3.90 บาท (รวมโครงการหลวงพระบาง 1.30 บาท)
เราเชื่อว่าราคาหุ้นปรับขึ้นรับ High season ของธุรกิจ ใน 3Q26 ไปมากแล้ว คาดว่าปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังเริ่มขึ้นปลายในปีนี้ ซึ่งจะส่งผลกระทบกับบริษัทในปีหน้า ดังนั้นระยะสั้นแนะนำทยอย take profit ในช่วงพีค 3Q แต่ระยะยาว เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 3.90 บาท








