บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการด้านการลงทุนและบริหารความมั่งคั่งระดับสากลที่มีประสบการณ์กว่า 50 ปี โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่ม PhillipCapital จากประเทศสิงคโปร์

เจอกับความผิดหวังก่อนวันหยุด // 1,630–1,650

คาด SET Index ปรับตัวลง: แรงกดดันจากการเผยงบที่ต่ำกว่าคาดของ DELTA รวมถึงมีแนวโน้มเผชิญการลดสถานะเสี่ยงก่อนทราบผลการประชุม FOMC หากแต่ยังพอมีแรงพยุงจากความคลายกังวลตะวันออกกลาง การเก็งงบ 2Q69 และการปรับประมาณการ GDP ไทยปีนี้ขึ้นของสศค.

กลยุทธ์การลงทุน

1) เก็งงบ 2Q69: AMATA, BH, CPALL, ERW, ITC, MRDIYT, MTC, OSP, PR9, QH, SAWAD, STECON, THANI, TIDLOR

2) สศค.ปรับ GDP ไทยขึ้น: ADVANC, BJC, CK, CRC, GUNKUL, GULF, KBANK, KKP, KTB, ROJNA, SCB, TTB, WHAUP

3) Anti-comm.: BGRIM, GPSC, SCGP, TOA

4) ปันผลดีปี 2569: AEONTS, HMPRO, ICHI, SIRI, SPALI, TFM

  • DELTA งบแย่กว่าคาดและ Moody’s เตือนเรื่อง AI: คาดแรงกดดันมาจากหุ้นในกลุ่มอิเล็กฯ โดยเฉพาะ DELTA ที่เผยงบ 2Q69 ต่ำกว่าคาดโดยรายได้และ EPS ต่ำกว่า Bloomberg Consensus คิดเป็น Negative surprise ที่ 2.26% และ 32.21% ตามลำดับ พร้อมกันนี้เราได้ปรับราคาพื้นฐานปี 2569 ของ DELTA ลงจาก 333.5 เป็น 273 บาท/หุ้น และปรับคำแนะนำลงเป็นขาย ประกอบกับเรามองหุ้นกลุ่มอิเล็กฯยังมี Sentiment เชิงลบจากการที่ CNBC รายงานว่า Moody’s Ratings เตือนว่าการแข่งขันลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกำลังเปลี่ยนโครงสร้างทางการเงินของบริษัทเทคฯรายใหญ่ของโลกจากโมเดลธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนต่ำไปสู่โมเดลที่ต้องใช้สินทรัพย์และเงินลงทุนมหาศาล ซึ่งอาจกระทบต่อคุณภาพเครดิตในระยะยาว สัปดาห์นี้เราแนะนำติดตามการเผยงบของ Microsoft, Meta, Apple และ Amazon

  • SET เตรียมหยุดและเปิดมาเจอผลประชุม FOMC: คาดอีกแรงกดดันมาจากลดสถานะเสี่ยงลงก่อนที่ SET Index จะปิดทำการ 2 วันติดต่อกัน ส่งผลให้เมื่อกลับมาเปิดทำการจะเป็นหลังจากที่ทราบผลการประชุม FOMC รอบเดือนก.ค. 69 แม้การประชุมข้างต้นมีแนวโน้มจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ 3.50-3.75% แต่สิ่งสำคัญคือถ้อยแถลงของปร.เฟด

  • สหรัฐฯและอิหร่านระงับการโจมตีกัน: มองทางลงจำกัดอยู่บ้างจากความคลายกังวลสถานการณ์ในตะวันออกกลาง สะท้อนผ่านราคาน้ำมันดิบ WTI (Spot) เช้านี้ซึ่งเปิดที่ $83.5 ต่อบาร์เรล ปรับตัวลงจาก $90.4 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังสื่อหลายสำนักอย่าง CNN, CBS News และ The New York Times ต่างรายงานว่าสหรัฐฯได้รับระงับการโจมตีอิหร่านเป็นการชั่วคราว นอกจากนี้ เจ้าหน้าระดับสูงของอิหร่านได้เผยว่าอิหร่านจะระงับการโจมตีตราบเท่าที่สหรัฐฯระงับการโจมตีอิหร่านเช่นกัน

  • เก็งงบ 2Q69 และเศรษฐกิจไทยดีกว่าที่คิด: คาดอีกแรงพยุงมาจากกาเก็งงบ 2Q69 ในกลุ่ม Real sector โดยเฉพาะหุ้นที่คาดงบจะดี อีกทั้งยังมี Sentiment เชิงบวกจากการที่สศค.ปรับ GDP ไทยปีนี้ขึ้นเป็น 2.5% (เดิม 1.6%) แรงขับเคลื่อนจากการบริโภคภาคเอกชน การลงทุนภาคเอกชน การลงทุนภาครัฐ และการส่งออกสินค้า ซึ่งคาดเติบโต 2.7% 9.0% 3.2% และ 12.5% ตามลำดับ ขณะที่วันนี้ติดตามการประชุมครม. โดยกระทรวงการคลังจะเสนอปรับปรุงเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

+ ปัจจัยเพิ่มเติม –

(+) Mitsubishi Motors เผยมีแผนลงทุนเพิ่มเติมในไทยจนถึงปี 2573 อีกประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท โดยจะลงทุนด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างศึกษาการวางแผนการผลิตและส่งออกรถยนต์กระบะ รวมถึงรถยนต์ Pajero ที่ใช้เทคโนโลยีไฟฟ้า โดยใช้ไทยเป็นฐานการผลิต

(+) รมว.เกษตรฯตั้งเป้าเพิ่มรายได้เกษตรกรอย่างน้อย 5% ภายใน 1 ปี พร้อมเดินหน้าลดต้นทุนการผลิตโดยเฉพาะการใช้ปุ๋ยให้เหมาะกับสภาพดินในแต่ละพื้นที่ ควบคู่ยกระดับผลผลิตต่อไร่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่ง

(+) Bloomberg รายงานว่าธนาคารกลางจีนอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบการเงินครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 5 เดือน ผ่านโครงการ Medium-term Lending Facility เพื่อพยุงการเติบโตทางเศรษฐกิจ

(-) ส.อ.ท. ได้ปรับลดประมาณการผลิตรถยนต์ปี 2569 ลงจาก 1.5 ล้านคัน เหลือ 1.45 ล้านคัน โดยเป็นการปรับลดเป้าหมายการผลิตเพื่อส่งออกและคงเป้าในประเทศ

Picks of the day

KBANK [ BUY ]

  • เป้าหมาย: 244 / 250 แนวรับ: 232 / 235

  • เจ้าตลาดสินเชื่อ SME: KBANK เป็นเจ้าตลาดสินเชื่อ SME โดยมีสัดส่วน 29% ของสินเชื่อ SME ในธนาคารทั้งหมดที่เราศึกษา สินเชื่อ SME เป็นสินเชื่อที่จะได้ประโยชน์จากนโยบายของรัฐ ซึ่งจะทำให้ความต้องการสินเชื่อ รวมไปถึงคุณภาพสินทรัพย์ของ KBANK จะดีขึ้น
  • คาดปันผลสูงที่สุดในกลุ่มธนาคาร และยังอาจจะมีปันผลพิเศษเพิ่ม: เราคาดว่า KBANK จะมีการจ่ายปันผล 15 บาท/หุ้น เป็นระดับที่สูงที่สุดในกลุ่มธนาคาร และจากนโยบายเพิ่มระดับ ROE เป็น 2 หลัก ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ KBANK จะมีการจ่ายปันผลพิเศษเพิ่มเติมได้อีกในปีนี้

WHAUP [ BUY ]

  • เป้าหมาย: 8.50 / 8.75 แนวรับ: 7.75 / 7.95

  • WHAUP แนวโน้มกำไร 2Q69 เติบโต y-y: แนวโน้ม 2Q69 ยังโดดเด่นในด้านปริมาณขายน้ำและไฟฟ้าเติบโต y-y และโรงไฟฟ้า Gheco-one กลับมามีกำไร มีแนวโน้มกำไร 2Q69 สูงขึ้น y-y ทำให้ WHAUP มีความโดดเด่นมากกว่าธุรกิจนิคมในไตรมาสนี้
  • WHAUP ได้ประโยชน์อย่างต่อเนื่อง: ปัจจุบันกระแสการลงทุนยังเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทาง WHA ยังไม่เห็นประเด็นเรื่องดีมานด์ ธุรกิจนิคมของ WHA รองรับกลุ่มลูกค้า Data center ที่เข้ามาได้ดี ยังเห็นการเจรจา Big lot ลูกค้า data center อยู่ในปัจจุบัน ทำให้ WHAUP มีโอกาสรับ Capacity charge และการขายน้ำอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง
- Advertisement -